บทที่ ๔๐: นายน้อยเจ้าตำหนัก


หลังจากผ่านไปแค่คืนเดียว ผางวานพลันรู้สึกว่าการเยียวยาโดยรวมของนางดีขึ้นมาก


ภายในห้องมีสาวใช้ท่าทางคล่องแคล่วแถมยังมีความสามารถ คอยช่วยเหลือดูแลเรื่องน้อยใหญ่ให้นางทุกอย่าง เช่น ล้างหน้าบ้วนปาก กินยา ทานอาหาร หรือกระทั่งนวดร่างกายหนึ่งชั่วยามเต็ม เปรียบเสมือนนางฟ้าย่างกรายมาถึง


"นี่ นายของเจ้าตั้งใจขุนข้าให้อ้วนเพื่อฆ่าใช่ไหม?"


จู่ๆ ผางวานก็หวาดผวากับสิทธิพิเศษที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นางจำได้รางๆ ว่าหมูเซียงจู[1]ที่มีชื่อเสียงอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมสะดวกสบาย วันๆ แค่กินแล้วก็ดื่ม ฟังท่วงทำนองดนตรีระหว่างได้รับการบีบนวด


จนใจที่ถึงแม้ว่าสาวใช้จะน่ารัก ทว่านางเป็นใบ้ เมื่อเจอกับคำถามของผางวาน นางจึงทำได้แต่ยิ้มขออภัย จากนั้นใช้นิ้วมือชี้ไปยังปากของตนเอง


"นายของเจ้าเลวจริงๆ" ตามประสบการณ์และความรู้เหลือล้นของผางวาน สาวใช้ผู้นี้จะต้องถูกพิษแน่นอน นางจึงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ


ไม่คาดคิดว่าสาวใช้ผู้นั้นกลับไม่พอใจ นางส่ายหน้าและโบกมือให้ผางวานอย่างแรง


"เจ้าลองบอกมาสิ นายของเจ้ามีฐานะอะไรกันแน่?" ผางวานกระตุ้นนางด้วยความสนใจสุดขีด


สาวใช้กะพริบดวงตาซึ่งเป็นประกาย ท่าทางคล้ายลำบากใจเป็นอันมาก


"เปิดเผยหน่อยน่า!" ผางวานยิ้มประหนึ่งดอกไม้แย้มบาน ขณะกุมมือเล็กนุ่มนิ่มของสาวใช้ และตบเบาๆ


แก้มของสาวใช้แดงขึ้นมาทันที


ผางวานรู้สึกทึ่งยิ่งนัก จึงลองเกาบนฝ่ามือของนาง สาวใช้ขวยอายทันทีทันใด ถึงขนาดที่ว่าริมฝีปากของนางสั่นเทาเลยทีเดียว


ชั่วขณะนั้น ผางวานรู้สึกสบายอกสบายใจ และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักด้วยความสนุก นางยื่นมือออกไป คิดจะจิ้มแก้มผลท้อของนาง น่าเสียดาย ก่อนที่นางจะสัมผัสถูกมัน อาวุธลับพลันซัดกระแทกปลายนิ้วของนาง


เมื่อหันไปมอง สหายเก่ายืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าของเขาเย็นชา


"เจ้าออกไปได้แล้ว" เฮ่อชิงหลูสั่งสาวใช้ น้ำเสียงของเขาแข็งทื่อประดุจก้อนหิน


สาวใช้ราวกับได้รับพระราชทานอภัยโทษ นางรีบโค้งคำนับและล่าถอยโดยเร็ว


ผางวานมองไปที่พื้น อาวุธลับซึ่งกำลังหมุนจนเกิดเสียงกุกกัก แท้จริงแล้วมันคือเศษชิ้นส่วนกระดูก ยังผลให้นางรู้สึกหนาวเหน็บอย่างช่วยไม่ได้ โดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ นางดึงม่านลง พยายามตัดขาดกับคนที่อยู่ด้านนอกเตียง


"เจ้า ... รู้สึกดีขึ้นหรือไม่?" แต่เดิมเฮ่อชิงหลูต้องการตำหนินางที่ทำตัวไร้เหตุผล แต่เมื่อนึกถึงความผิดของตนเอง ในใจพลันรู้สึกเหมือนติดหนี้นาง ท่าทางยโสที่กำลังจะต่อว่านางจึงอ่อนลง


"ตอนนี้ขาของข้ามีความรู้สึกแล้ว" ผางวานส่งเสียงอู้อี้จากในผ้าห่ม


พอได้ยินสิ่งนี้ เฮ่อชิงหลูถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเดินเข้าใกล้เตียงและนั่งลงที่ขอบ จากนั้นค่อยๆ ขยับม่านให้เปิดออกอย่างช้าๆ


"เจ้าเป็นใครกันแน่แล้วมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?" ผางวานนึกถึงท่าทางที่เขาออกคำสั่งกับสาวใช้เมื่อกี้ ภายในใจเกิดความสงสัย


"เจ้าตอบคำถามข้าก่อน เจ้ากับศิษย์พี่มาที่ตำหนักเอกาทำไม?" เสียงของเฮ่อชิงหลูหนักแน่น แทบไม่ได้ยินความผันผวนในน้ำเสียงสักนิด


เมื่อคิดว่าขณะนี้พวกนางอยู่ในถิ่นของผู้อื่น ชีวิตและความตายอยู่ในกำมือของพวกเขา ผางวานจึงตอบคำถามอย่างว่าง่าย"พวกข้าแค่ต้องการพบท่านเจ้าตำหนัก"  ส่วนที่ว่าหลังจากพบแล้วจะทำอะไร นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


"พบเขาเพื่ออะไรเพื่อขอคำอธิบายจากเขางั้นรึ?" เฮ่อชิงหลูสังเกตนางโดยไม่ละสายตาสักนิด ภายในใจเขานึกถึงเรื่องที่เหมยหยาเซียงรายงานก่อนหน้านี้


ผางวานหันมามองเขา และกล่าวเบาๆ"เจ้ารู้จักแม่นางเหมยอู่หรือไม่?"


เฮ่อชิงหลูชะงัก จากนั้นพยักหน้า


"เช่นนั้น นางก็เป็นคนของตำหนักเอกา?" ผางวานถามต่อ


เฮ่อชิงหลูพยักหน้าอีกครั้ง


ตอนนั้นเองที่ผางวานถอนหายใจยาว และเอนหลังลงบนที่นอน: "เดิมทีเหมยอู่คือว่าที่เจ้าสาวของศิษย์พี่ข้า นางถูกฆ่าตายในวันแต่งงาน ที่ผ่านมาศิษย์พี่สืบสาวราวเรื่องด้วยความยากลำบาก และสืบมาถึงตำหนักเอกา"


"เจ้าสงสัยว่าคนของตำหนักเอกาสังหารนาง?"


น้ำเสียงของเฮ่อชิงหลูเข้มขึ้น พริบตาถัดมา นิ้วมือของเขาก็จ่ออยู่เหนือจุดชีพจรของนาง


โอ้ หรือเขาต้องการฆ่าปิดปาก? ผางวานตื่นตระหนกเล็กน้อย ทว่ายังคงบังคับตัวเองให้อธิบายต่อ"เล่ากันว่าแม่นางเหมยอู่คือสาวใช้ส่วนตัวของท่านเจ้าตำหนักเอกา ในเมื่อนางตายในสภาพโหดร้ายเช่นนั้น การที่พวกข้ามาถามไถ่ท่านเจ้าตำหนักถึงที่ เช่นนี้มันผิดตรงไหน?"


มือที่จ่อบนจุดชีพจรของนางคลายออก ท่าทางดุร้ายของเฮ่อชิงหลูก็อ่อนลงหลายส่วน


"เหมยอู่เป็นสาวใช้ส่วนตัวของเจ้าตำหนักเอกาจริง ทว่าเรื่องที่นางถูกฆ่าตาย ไม่เกี่ยวข้องกับตำหนักเอกาอย่างแน่นอน" ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ 


"แต่พวกข้าสืบพบว่าตอนนั้นเหมยอู่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากตำหนัก ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ..." ผางวานแอบสังเกตสีหน้าเฮ่อชิงหลูจากภายใต้ขนตาของนาง ใคร่ครวญว่าควรพูดต่อดีหรือไม่


"ยิ่งไปกว่านั้น อะไร?" เฮ่อชิงหลูหรี่ตาเล็กน้อย ท่าทางยังคงสงบนิ่ง


"ยิ่งไปกว่านั้น ท่านเจ้าตำหนักเอกาเคยเกี้ยวพาราสีเหมยอู่มาก่อน!" ผางวานกัดฟัน และแจ้งความจริง


เจ้าตำหนักเอกาขึ้นชื่อเรื่องไร้ความยับยั้งชั่งใจตั้งแต่หนุ่ม ถึงแม้เขาจะมีใจให้เทพธิดาซางฉาน แต่จนใจที่สาวงามไม่ยินยอมมอบใจ ภายใต้ความทุกข์ระทม เขาจึงลูบไล้ดอกไม้และเหยียบย่ำทุ่งหญ้าไปทั่ว[2] ลือกันว่าเพียงแค่เขานั่งเฉยๆ หญิงงามนับไม่ถ้วนก็พร้อมใจกันเข้าสู่อ้อมแขนเขา เขาชื่นชอบหญิงงดงามบริสุทธิ์เป็นที่สุด และท่ามกลางหญิงเหล่านั้น ผู้ที่เขาโปรดมากที่สุดคือเหมยอู่ สาวใช้ส่วนตัวของเขานั่นเอง


ตอนนั้นที่นางได้ฟังเรื่องพัวพันเหล่านี้ ในใจของผางวานนึกถึงฉาก 'ตัวแทนความรัก' พวกนิยมความเจ็บปวดเจ้าตำหนักไม่อาจฝืนทนต่อความรักขมขื่นที่มีให้กับซางฉาน ดังนั้นจึงมองไปที่สาวใช้น้อย ซึ่งคล้ายคลึงกับประเภทดอกบัวขาว หลังจากมีสัมพันธ์และแทะโลมต่างๆ นาๆ สุดท้ายสาวใช้น้อยทนรับไม่ได้อีกต่อไปที่ต้องกลายเป็นเงาของผู้อื่น จึงออกจากตำหนัก เดินทางไปทั่วสี่คาบมหาสมุทร ต่อมา นางได้พบกับหนานอี๋ ชายหนุ่มรูปงามและสง่าผ่าเผยแห่งยุค ทั้งสองรวมเป็นหนึ่งเดียว และสาบานว่าจะแต่งงานกัน ทว่าเพราะความรู้สึกครอบครองอันแรงกล้าของเจ้าตำหนัก ในวันแต่งงาน เขาสังหารสาวใช้น้อย เหตุเพราะ 'หากข้าไม่ได้นาง คนอื่นก็อย่าหวังครอบครองนาง!' ช่างเป็นบทความรักขมขื่นอันยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร!


ผางวานพึมพำเล่าเรื่องที่ตนเองคาดเดาทั้งหมด ทว่ากลับเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของเฮ่อชิงหลูค่อยๆ ผ่อนคลาย และสุดท้าย กระทั่งมุมปากของเขายังโค้งขึ้น


"ทำไมเจ้าไม่ไปเป็นนักเล่านิทาน?" สีหน้าของเขาแลดูเบิกบาน ทว่าคำพูดกลับเสียดสีเต็มพิกัด "เรื่องเล่าของเจ้าคงน่าอัศจรรย์เกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบ"


ผางวานไม่อาจปล่อยให้เขาดูถูกนาง อดไม่ได้ที่จะทำปากยื่นอย่างโกรธแค้น"เจ้าไม่ได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยสักหน่อย รู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ข้าพูดมันไม่จริง?"


ข้าต้องรู้แน่นอน สีหน้าของเฮ่อชิงหลูอ่อนโยนเป็นพิเศษ รอยยิ้มเต็มไปด้วยความอบอุ่นน่าคบหาประหนึ่งฤดูใบไม้ผลิ ว่าไปแล้ว ถือได้ว่าข้าเป็นเจ้านายของเหมยอู่ครึ่งหนึ่ง


ผางวานเงยหน้า มองเขาด้วยความตระหนก


"เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าตำหนักเอกาแซ่เฮ่อ นามของเขาคือเส่าซิน ฉายาตาเฒ่าคีรีเหมันต์


เห็นสีหน้าตะลึงงันของนาง เฮ่อชิงหลูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที


"เฮ่อเส่าซินคือบิดาของเจ้า?" คางของผางวานร่วงลงบนเตียง -- มีบุตรชายโตขนาดนี้  เจ้าตำหนักเอกาผลิดอกก่อนใบ[3]เยอะทีเดียว!


เฮ่อชิงหลูยิ้ม: "เขาคือท่านอาของข้า"


"ตาเฒ่าคีรีเหมันต์ ..." ผางวานนึกชื่อตำหนักที่นางกำลังอาศัยอยู่ในขณะนี้ และอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง "หรือว่าเจ้า ..."


เฮ่อชิงหลูมองหน้านางอย่างสงบนิ่ง และกล่าวหน้าตาย"ข้าก็คือทายาทตำหนักเอกาแห่งนี้"


อา!


เหยียบย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกหรอมิพบพาน ยามได้มากลับไม่ลำบากยากเย็น กลายเป็นว่าผู้ที่นางต้องการพบ กลับปรากฏตัวอยู่ข้างกายนางตั้งนานแล้ว แต่นางแทบต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยอัมพาตครึ่งตัว ผางวานเศร้าเสียใจอย่างห้ามไม่อยู่


เดิมทีเฮ่อชิงหลูคิดว่าหญิงสาวจะมองเขาด้วยสายตาเลื่อมใสศรัทธา ทว่ากลับเห็นเพียงดวงตาแดงก่ำของนาง ท่าทางอย่างกับกระต่ายน้อยไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย 


"ทำไมเจ้าถึงเสียใจ?" เขาประหลาดใจยิ่งนัก จึงเอื้อมมือไปจับตัวนาง


ด้านหนึ่ง ผางวานโกรธเคืองที่เขาไม่ยอมบอกนางตั้งแต่แรก อีกด้าน นางโกรธตัวเองที่ตอนนั้นไม่คิดให้รอบคอบ จิตใจของนางยุ่งเหยิง จึงเหวี่ยงแขนปัดมือเขาอย่างแรง: "อย่ามายุ่งกับข้า!"


สีหน้าของเฮ่อชิงหลูแปรเปลี่ยนทันควัน


หญิงผู้นี้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เขายอมลดตัวเองเพื่อมาเป็นห่วงเป็นใยนาง ทว่านางกลับทำท่าทางรังเกียจ มองว่าเขามีเจตนาร้าย!


คุณชายเกิดโทสะ เลยนั่งทำหน้าเย็นชาอยู่บนเตียงให้รู้แล้วรู้รอดไป แถมยังไม่ยอมพูดจา


ทั้งสองนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่ส่งเสียงเป็นเวลานาน นานจนความหมองเศร้าผ่านเลยจากฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูใบไม้ร่วง สุดท้ายผางวานนึกถึงเรื่องสำคัญ


"ศิษย์พี่ข้าอยู่ที่ไหนเจ้าปล่อยเขาก่อน!" นางหันมาดึงแขนเสื้อเฮ่อชิงหลู น้ำเสียงแหบพร่า


เฮ่อชิงหลูระงับโทสะที่ท่วมท้นในใจ แต่เดิมเขาต้องการระเบิดอารมณ์ ทว่าเมื่อเงยหน้า กลับเห็นใบหน้าขาวซีดและแววตาละมุนละม่อมของหญิงสาว ยังผลให้ไฟในใจลดน้อยลงกว่าครึ่ง


"เขาทำร้ายหัวหน้าตำหนักทั้งห้าของข้า มีเหตุผลใดที่ข้าควรปล่อยตัวเขา?" เขาเมินหน้าหนี น้ำเสียงเฉยเมย


"ทำไมเจ้าไร้เหตุผลถึงเพียงนี้?" ผางวานร้อนใจ "หากผู้ใดประสงค์พบท่านเจ้าตำหนัก พวกเขาต้องฝ่าทะลวงสิบสองด่าน นี่คือกฎที่พวกเจ้าตั้งขึ้นเอง กระบี่ไร้ตา ในเมื่อยอมเดิมพัน เช่นนี้ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเจ้าไม่อาจกล่าวโทษศิษย์พี่ข้า!"


เฮ่อชิงหลูหัวเราะเย็นชา"ที่แท้นายน้อยพรรคไป๋เยว่คือศิษย์พี่ของเจ้าไม่คาดคิดว่าสาวใช้อย่างเจ้าจะมีฐานะค่อนข้างสูงทีเดียว"


ผางวานตระหนก และตอนนั้นเองที่นางนึกได้ว่า ตราบจนกระทั่งบัดนี้เฮ่อชิงหลูก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง


แต่นางจะอธิบายให้เขาฟังได้อย่างไรเซิ่งกูพรรคไป๋เยว่เป็นอดีตไปแล้ว เวลานี้นางเป็นสาวใช้ของหนานอี๋จริงๆ


"ข้า ข้าและนายน้อยเติบโตมาพร้อมกันตั้งแต่เด็ก ..." หลังจากครุ่นคิด นางตัดสินใจปิดบังอดีตอันหม่นหมอง


เฮ่อชิงหลูรู้สึกว่าเสียงอธิบายของนางระคายหูยิ่งนัก เขาโบกมือ และกล่าวอย่างทนไม่ไหว: "ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้ ว่าแต่บาดแผลบนหน้าอกของเจ้าเกิดขึ้นได้อย่างไรเพราะเซิ่งกูอย่างนั้นหรือ?"


เขาไม่เคยสนใจเรื่องราวในยุทธภพ ทว่าหนนี้เป็นผางวานเองที่มาหาพวกเขาถึงที่ ดังนั้นเขาจึงคิดสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับพรรคไป๋เยว่


คนในสังกัดรายงานว่าไม่กี่ปีมานี้ พรรคไป๋เยว่หาได้สงบสุขนัก ว่าที่ภรรยาของนายน้อยถูกสังหาร เซิ่งกูเก็บตัวฝึกฝนไร้วี่แวว ประมุขพรรคจั่วหนานอันมีความมุ่งมาดปรารถนาอันยิ่งใหญ่ราวกับกินดีเสือ เขาลอบทำร้ายสาวงามอันดับหนึ่งระหว่างงานชุมนุมยุทธภพครั้งใหญ่ ปลุกเร้าความเดือดดาลของคนทั่วยุทธภพ ขณะนี้สำนักฝ่ายธรรมะร่วมกันผนึกกำลังเพื่อกวาดล้างพรรคมาร คาดว่าอีกไม่นานพรรคไป๋เยว่จะต้องเผชิญกับหายนะโดยไร้ทางหลบหนี


เฮ่อชิงหลูไม่สนใจความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่เรียกว่าธรรมะและอธรรม แต่เขาจำได้ว่าผางวานเคยบอกไว้ ว่านางเป็นสาวใช้ของเซิ่งกูแห่งพรรคมาร เมื่อได้เห็นบาดแผลของนาง ในใจเขาเกิดความสงสัย หรือหญิงโง่ผู้นี้จะถูกลงโทษเพราะไม่สามารถปกป้องนายของตน?


ผางวานใช้มือกุมเสื้อผ้าเหนือหน้าอก รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาทันที


"ไม่ใช่เพราะเซิ่งกู" นางพยายามอย่างหนักที่จะยิ้มโดยไม่แยแส "เป็นเพราะข้าแพ้พนัน"


"พนันแบบไหนจึงทำให้คนบาดเจ็บเช่นนี้?" เฮ่อชิงหลูขมวดคิ้ว


"... เพราะเจ้ามือต้องการให้ข้าตาย เขาใช้กระบี่ชำแหละตรงนี้ แล้วควักหัวใจข้าออกมา" ผางวานทำท่าควักหัวใจ


"คนไม่มีหัวใจย่อมไม่อาจนั่งและพูดจาอยู่ตรงนี้"


ไม่คาดคิดว่าเฮ่อชิงหลูจะจ้องนางอย่างไร้อารมณ์ ราวกับเห็นเป็นเรื่องล้อเล่น


-- นึกอยู่แล้วเชียว สมองแข็งกระด้างของคนผู้นี้คุยกันไม่รู้เรื่อง! ผางวานไร้คำพูด จ้องเขาด้วยความฉุน


เห็นนางมีชีวิตชีวาน่ามองเช่นนี้ เฮ่อชิงหลูตัดสินใจไม่ถูกว่าจะบอกข่าวร้ายนางดีหรือไม่ ว่าในอนาคตนางไม่อาจฝึกวรยุทธ์ได้อีกต่อไป ชั่วขณะนั้น สายตาของทั้งสองสบประสานกัน ทว่าภายในใจกลับมีบางอย่างซ่อนเร้น 


ฉับพลันนั้น เสียงของจิ่นตี้หลัวรายงานจากทางประตู "นายน้อย เกิดเรื่องที่คุกแห่งหายนะ"

_______________

[1] หมูเซียงจู 香猪 เป็นหมูสายพันธุ์ที่มีขนาดลำตัวเล็ก ผิวหนังและเส้นขนเนียนละเอียด
[2] ลูบไล้ดอกไม้และเหยียบย่ำทุ่งหญ้า 沾花惹草 เป็นการเปรียบเปรยว่า มีความสัมพันธ์กับผู้หญิง
[3] ผลิดอกก่อนใบ 早熟 หรือแปลว่า เจริญเติบโตเกินวัย (คือแก่แดดนั่นเอง)




ความคิดเห็น