บทที่ ๕: เพื่อเห็นแก่หรงกูกู


วันแต่งงานของหนานอี๋ถูกกำหนดอย่างรวดเร็ว นั่นคือสามวันให้หลัง หลังจากผางวานออกเดินทางจากพรรคเพื่อหาประสบการณ์


วันนี้ถูกกำหนดโดยท่านประมุข และผางวานรู้สึกขอบคุณกับการตัดสินใจของเขาเป็นอันมาก ด้วยวิธีนี้ นางก็ไม่ต้องเผชิญกับสายตาประหลาดของผู้อื่นยามมองมาที่นางระหว่างพิธีแต่งงาน


ก่อนที่นางจะออกเดินทาง มันยังมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด นั่นคือผางวานจำเป็นต้องระบุเป้าหมายสำหรับการหาประสบการณ์ครั้งนี้ -- สังหารคน? กระชากความงาม? หรือขโมยสมบัติล้ำค่าของยุทธจักร?


เมื่อท่านประมุขนำถุงผ้าไหมสวยงามสามใบออกมาตรงหน้านาง ผางวานรู้สึกขื่นขมจนถึงจุดที่ราวกับว่านางได้กลืนน้ำหวงเหลียนเข้าไปเต็มคำ


"วานวาน เจ้าเลือกออกมาสักถุง" ท่านประมุขมองหน้านางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง "ถุงผ้าสามใบนี้ บรรจุภารกิจซึ่งเหล่าผู้อาวุโสได้คัดเลือกอย่างระมัดระวังหลังจากหลายฝ่ายได้ออกเสียง ไม่ว่าเจ้าจะเลือกอันไหน พวกมันล้วนคู่ควรกับตำแหน่งของเจ้าในฐานะเซิ่งกูพรรคไป๋เยว่ มา เลือก เลือก ไม่ต้องกังวล!"


--- ถ้อยความของเขาบอกนางโดยอ้อม ไม่ว่านางจะเลือกอันไหน มันไม่มีทางที่นางจะทำสำเร็จ


ผางวานรู้สึกซึมเศร้ายิ่งนัก นางกัดริมฝีปากและเลือกถุงผ้าสีชมพู


หลังจากจากเปิดข้อความที่อยู่ข้างใน และอ่านตัวอักษเหล่านั้น --- เปรี้ยง!! --- นางรู้สึกเหมือนหลังศีรษะถูกตีด้วยค้อนขนาดใหญ่อย่างแรง นางเห็นเพียงดวงดาวล่องลอยอยู่ตรงหน้า


ข้อความระบุไว้อย่างชัดเจน: เอาศีรษะของผู้นำยุทธภพ - กู้ซีจู


อะไรนะ?


อะไร? อะไร?


อะไร? อะไร? อะไร?


ผางวานเงยหน้ามองไปยังท่านประมุขด้วยความตะลึงสุดขีด ปากของนางอ้ากว้างจนถึงขนาดที่ว่าสามารถกลืนไข่นกกระจอกเทศได้ทั้งใบ: นี่ ... นี่ ... นี่ ...


ภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้อยู่เหนือความคาดหมายของนางเป็นอันมาก ทีเดิมนางคิดว่าถึงแม้จะต้องสังหารใครสักคน อย่างมากสุดก็อาจให้สังหารซือไท่ง้อไบ๊ หรือไม่ก็นักพรตช้วงจิง นางคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเป้าหมายที่จั่วหวายอันมอบให้นาง จะกลายเป็นการกำจัดผู้นำยุทธภพโดยตรง!


เมื่อเห็นสีหน้าของนางแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน หนานอี๋ชะโงกตัวเพื่ออ่านข้อความนั้น


หลังจากเห็นเนื้อความของมัน เขาทำเสียงจิ๊เบาๆ รวมถึงขมวดคิ้วเล็กน้อย


ด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ ผางวานรีบยัดข้อความเข้าไปในปากตัวเองแล้วเก็บมันไว้ใต้ลิ้น


“อันนี้ไม่นับ ข้าต้องการเปลี่ยน” ขณะที่พูดพล่าม นางรีบเอื้อมมือไปคว้าอีกสองถุงที่เหลือ


ณ เวลานี้ นางดีดลูกคิดรางแก้วภายในใจ[1] ถึงอย่างไรท่านประมุขก็กล่าวไว้ว่าภารกิจเหล่านี้ล้วนเหมาะสมกับตำแหน่งของนาง ดังนั้นนางจะแสร้งทำเป็นซุกซนสักครั้ง แล้วเลือกภารกิจซึ่งง่ายดายที่สุดจากทั้งสาม (พวกเราต้องให้อภัยเด็กสาวแมรี่ซูผู้นี้ ซึ่งเคยชินกับการที่เนื้อเรื่องทั้งหมดมักเป็นไปตามความปรารถนาของนาง)


ถุงที่เหลือถูกเปิดออกทั้งหมด อันแรกเขียนว่า: “ให้นำป้ายหยกอาญาสิทธิ์กลับมา”


ส่วนอีกอัน “สังหารหรงกู”


ผางวานจ้องข้อความสุดท้ายเป็นเวลานาน


“หรงกูคือหนึ่งในสิบสองยอดฝีมือของพรรคไป๋เยว่ นับตั้งแต่เยาว์วัยท่านก็อยู่กับนางมาโดยตลอด หากท่านสามารถคร่าชีวิตนางด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียว เช่นนี้ท่านก็จะกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงสั่นสะเทือนทั่วหล้า และขจรไกลไปถึงสี่คาบสมุทร ได้มาซึ่งชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ ไม่นับเป็นญาติไม่อยากเกี่ยวข้อง[2]และไร้จุดอ่อนโดยสิ้งเชิง!” ทูตขวาอธิบายให้นางฟัง


ท่านประมุขไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแต่เพ่งพินิศนางด้วยความจริงจังและเฉียบแหลม


“ข้าเลือกป้ายหยกอาญาสิทธิ์!” ผางวานรีบยึดถุงอันกลางไว้ในมือของตนเองอย่างเหนียวแน่น


“วานวาน เจ้าต้องใคร่ครวญให้ดี” ท่านประมุขเตือนนางพร้อมกับหรี่ดวงตา


ผางวานพยักหน้า ทำตัวตัดตะปูและเฉือนเหล็ก[3] แม้ต้องตกอยู่ในสภาพตายหมื่นครั้งก็ไม่ปฏิเสธ[4]


ตามแบบแผนอันยาวนานของดินแดนแมรี่ซู สมบัติล้ำค่าทุกประเภทต้องลอยมาอยู่ข้างกายนางเอกในท้ายที่สุด นางมั่นใจเจ็ดถึงแปดส่วนเกี่ยวกับสิ่งนี้ เมื่อเทียบกับการฆ่าคน ภารกิจนี้น่าจะง่ายกว่ากันมาก


"เช่นนี้ก็ตั้งใจทำให้ดี" ท่านประมุขมิได้กล่าวคำใดอีก เขาเพียงตบไหล่นางเบาๆ ด้วยท่าทางของประมุข


พอนางหวนกลับมายังเรือนเซิ่งซิน หรงกูกูรีบเข้ามาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มกว้างประดุจดอกไม้แย้มบาน


"เซิ่งกู ท่านรับภารกิจแล้วหรือยัง?" นางยกน้ำชาออกมา แล้วอิงบั้นเอวไปยังหลังของผางวานเบาๆ


"รับแล้ว" ผางวานพยักหน้า "ท่านประมุขต้องการให้ข้านำป้ายหยกอาญาสิทธิ์กลับมาภายในสองปี" นางคิดว่าเวลาสองปียิ่งกว่าเพียงพอ


หรงกูกูตัวแข็งทื่อทันที


"เซิ่งกู ท่านรู้หรือไม่ว่าเวลานี้ป้ายหยกอาญาสิทธิ์อยู่ในมือผู้ใด?" หรงกูกูหันมามองนางอย่างพินิจ


"มิใช่กู้ซีจูหรอกหรือ?" ผางวานไม่เคยเห็นหรงกูกูทำสีหน้าแบบนี้มาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ


นางได้ซักถามทูตขวาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แม้ว่าภารกิจนี้จะเกี่ยวพันกับกู้ซีจู ทว่าการขโมยบางสิ่งจากผู้นำยุทธภพย่อมง่ายกว่าการตัดศีรษะเขา มิใช่หรือ?


ทว่าหรงกูกูกลับถอนหายใจ


"การชิงป้ายหยกอาญาสิทธิ์หมายความว่า ท่านประสงค์ขับไล่เขาออกจากตำแหน่งผู้นำยุทธภพ และขึ้นแทนที่เขา" ด้วยสัมผัสได้ถึงบรรยากาศระทมทุกข์รอบตัวผางวาน เป็นคราแรกที่หรงกูกูมีสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ "ข้าเคยดูแคลนเซิ่งกูมาก่อน และไม่คาดคิดว่าท่านจะเลือกเส้นทางเกินธรรมดาแบบนี้ให้แก่ตัวเอง!"


อะไรนะ?


อะไร? อะไร?


อะไร? อะไร? อะไร?


ผางวานตะลึงงัน


ทว่าไม่นานหลังจากนั้นก็ร่าเริงขึ้นมาอีกหน ด้วยนางกล่าวกับตัวเองในใจ: ถ้าอย่างนั้นเค้าโครงของนิยายเรื่องนี้ก็คือนางเอกผู้กล้าแกร่ง? อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน! ข้าจะได้เป็นผู้ไร้เทียมทานในทั่วหล้า และสามารถเกี้ยวหนุ่มรูปงามได้ทุกหนทุกแห่ง บางทีข้าอาจได้เป็นผู้นำหญิงหัวหน้าเผ่า และขยายฮาเร็มให้ยิ่งใหญ่!


ราตรีนั้น ขณะที่ทุกคนพยายามนอนหลับ มีเพียงผางวานที่สำราญอยู่กับความฝันอันแสนหวาน


พิธีการอันยิ่งใหญ่สำหรับการออกเดินทางของนางอลังการมาก สมาชิกพรรคประมาณ 1.75 จากทั้งหมดสามส่วน ต่างพากันออกมาคารวะเซิ่งกู


"วานวาน การเดินทางครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งนัก เจ้าต้องเชิดชูชื่อเสียงของพรรคไป๋เยว่!" ท่านประมุขวางเสื้อคลุมกำมะหยี่สีแดงสดลงบนตัวนาง "ชุดคลุมวิหคเพลิงตัวนี้เป็นของมารดาผู้ล่วงลับของเจ้า ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเซิ่งกูพรรคไป๋เยว่ บัดนี้ข้าขอส่งต่อชุดนี้ให้แก่เจ้า หวังว่าเจ้าจะสืบทอดความสำเร็จอันโดดเด่นของเซิ่งกูคนก่อน พยายามให้มากและกระจายชื่อเสียงอันแข็งแกร่งของพรรคไป๋เยว่!"


"เซิ่งกูอายุยืนชั่วลูกชั่วหลาน! คู่บารมีท่านประมุขไปตลอดกาล!"


"วรยุทธ์ของเซิ่งกูไร้พ่าย! ท่านประมุขจะรวมยุทธภพเป็นหนึ่ง!"


สมาชิกพรรคเริ่มส่งเสียงตะโกนให้กำลังใจ


แรงกระตุ้นอันใหญ่โตเช่นนี้ยังผลให้ผางวานมึนงงเล็กน้อย และได้แต่ส่งยิ้มอ่อนหวาน "วานวานจะไม่ทำให้ความหวังของคนทั้งพรรคต้องเสียเปล่าแน่"


ท่านประมุขเต็มตื้นไปด้วยความยินดี เขาดึงผางวานเข้ามาและกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหูนาง "อย่าลืมสังหารความบริสุทธิ์ของเจ้าโดยเร็ว"


รอยยิ้มของผางวานแข็งค้างอยู่บนใบหน้า


ด้วยได้รับผลกระทบจากบรรยากาศดุเดือดของพรรค ม้าที่อยู่ข้างกายนางจึงส่งเสียงร้อง ผางวานฉวยโอกาสอันเหมาะเจาะนี้หันกลับและดันตัวเองขึ้นจากพื้นด้วยการเตะเท้าเบาๆ เพียงครั้งเดียว กระโดดขึ้นไปบนหลังม้าด้วยท่วงท่างดงาม จากนั้นดึงสายบังเหียนแล้วใช้เท้ากระทุ้งทั้งสองข้าง "ไป!" นางส่งเสียงนิ่มนวล อึดใจต่อมา ทั้งม้าและสาวงามก็หายลับไปพร้อมฝุ่นละออง เหลือไว้เพียงเมฆหมอกสวยงามที่เบื้องหลัง


เงาร่างสีแดงสดเสมือนหนึ่งมาจากสรวงสวรรค์ค่อยๆ เลือนหายไปกับเส้นขอบฟ้า


"ไอโยว! ข้าช่างสง่างามเสียจริง!"


ผางวานหลุดหัวเราะท่ามกลางเสียงย่ำเท้าของกีบม้า นางเริ่มมีอาการหลงตัวเองอีกแล้ว


กุบกับๆ ม้าวิ่งลงไปตามเนินเขา กุบกับๆ ม้าวิ่งผ่านไหล่เขา


กุบกับๆ ม้าพลันหยุดนิ่งที่ตีนเขา ชายหนุ่มผู้หนึ่งขี่ม้าตรงมาหานางจากประตูหน้า


"ท่าน?" ผางวานบังคับม้าให้ถอยหลังเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าจะเจอเขาที่นี่


คนผู้นั้นมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงมองหน้านางและเสื้อคลุมสีแดงสดบนร่างนาง


เช่นเดียวกับชุดของเขา ม้าของเขาก็เป็นสีดำปลอด เฉกเช่นเส้นผมและนัยน์ตาของเขา ทุกอย่างถูกแทรกซึมด้วยสีดำสนิท สีดำไร้ขอบเขต ชั่วขณะนั้น เสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าวของโลกใบนี้ต่างถูกสีดำสุดหยั่งตรงหน้ากลืนกินจนหมดสิ้น


"พี่ชายหนานอี๋ ท่านมาที่นี่เพื่อส่งข้าหรือ?"


ผางวานเค้นรอยยิ้มออกมาให้เขา -- ไม่ว่าจะที่ไหนและเมื่อไหร่ การได้เห็นหนานอี๋ไม่เคยเป็นสิ่งดี หลังจากพบเขาที่หน้าอาคารทิศใต้วันนั้น นางได้มอบตะกร้าผลไม้ให้ลู่เวย ต่อมาลู่เวยเริ่มท้องเสียถึงสามชั่วโมงเต็ม! ท้ายที่สุด ลู่เวยดันตัวนางออกจากห้องของเขา นางจึงไม่ได้รับคำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับการหาประสบการณ์แม้แต่น้อย


คนผู้นี้ช่างหน้าเนื้อใจเสือ[5] เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั่วร้าย นางต้องระวังเขาให้ดี!


"ข้ามาที่นี่เพื่อส่งเจ้า"


หนานอี๋จริงจังอย่างคาดไม่ถึง


"... ขอบคุณ" เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนผู้นี้ บุคคลซึ่งนางคิดว่าเป็นพระเอกของตัวเอง ผางวานไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไรดี จึงได้แต่ก้มศีรษะและค่อยๆ บังคับม้าไปด้านหน้า


หลังของนางยังคงเกร็งและถึงกับสั่นไหวเล็กน้อย นางกลัวว่าเขาจะลอบจู่โจมนางไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


"อยู่นอกพรรคไป๋เยว่ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า"


จู่ๆ หนานอี๋ก็เอ่ยปากอย่างเมินเฉย ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ


ผางวานตะลึงงัน ประการแรก นางไม่คาดคิดว่าเขาจะรู้เท่าทันการเฝ้าระวังของนาง ประการที่สอง นางประหลาดใจกับคำมั่นสัญญาของเขาที่ให้อย่างกะทันหัน


นางใคร่ครวญถึงความหมายลึกซึ้งในถ้อยคำของเขา ฟังดูเหมือนเขากำลังบอกเป็นนัย เมื่อใดที่นางกลับพรรค นางจะต้องทนทุกข์กับวิธีทรมานของเขาต่อ ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคือง


ทั้งสองมิได้กล่าวสิ่งใดอีกระหว่างทาง


ในที่สุดพวกเขาก็ออกมาจากหุบเขาและเข้าใกล้ถนนหลัก หนานอี๋บังคับสายบังเหียนและหมุนกลับ มือสองข้างประสานกันอย่างสุภาพ “รักษาตัวให้ดี!”


ดวงอาทิตย์ยามบ่ายสะท้อนแสงสว่างไสวบนร่างกายหล่อเหลาของเขา ทำให้ต่างหูสีโลหิตเปล่งประกาย ด้วยถูกเสน่ห์ของเขายั่วยวน ผางวานหน้ามืดตาลาย ส่วนเลือดในหัวก็เดือดพล่าน ไม่สามารถคิดอย่างถูกต้องอีกต่อไป จึงเอ่ยปากถามเขาประโยคหนึ่ง “พี่ชายหนานอี๋ ทำไมท่านจึงชอบแม่นางเหมยอู่?”


นี่คือคำถามที่ฝังอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจนางมาโดยตลอด


แม้ว่าเหมยอู่จะงดงามประหนึ่งเทพธิดา ทว่าในดินแดนแมรี่ซู มันมีบ้างเป็นบางกรณี ที่นางเอกสวยระดับกลางจะพ่ายแพ้ให้กับนางรองที่สวยเป็นพิเศษ! ชาติที่แล้ว ผางวานเคยชินกับการเป็นแม่เหล็กทรงอนุภาพที่คอยดึงดูดบรรดาชายหนุ่ม ดังนั้นในชาตินี้ การสูญเสียพระเอกตั้งแต่แรกเริ่ม จึงทำให้นางเจ็บปวดเกินจะรับไหว


หนานอี๋หยุดชะงักชั่วขณะ อาจเป็นเพราะไม่คาดคิด ว่าจะได้ยินนางเอ่ยปากเช่นนี้


ครู่ต่อมา เขาหันหน้าไปมองภูเขาอันห่างไกล แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง รักใคร่ ปรารถนา และทะนุถนอม “เพราะเหมยอู่ทำให้ข้าเข้าใจ ว่าแท้จริงแล้วยังมีดอกบัวขาวที่บริสุทธิ์และงดงามอยู่”


พรูด! กลิ่นเปรี้ยวและเน่าไหลทะลักออกมาจากหน้าอกของนาง ขึ้นไปที่ลำคอและกรูกันไปที่จมูก


“อย่างกับข้าสนใจ!?” นางอับอายจนกลายเป็นโทสะ[6] ดึงแส้ม้าออกมาประหนึ่งนางมารที่โอหังอวดดีและกำเริบเสิบสาน จากนั้นหวดไปที่หนานอี๋ “ข้าขอให้ท่านและดอกบัวขาวของท่านไม่มีวันลงเอยกันได้!”


หนานอี๋ไม่แม้แต่กระพริบตา เขาคว้าปลายแส้อีกด้านและยึดมันไว้อย่างมั่นคง


แก้มของผางวานร้อนผ่าวและจ้องเขาอย่างดื้อดึง เตรียมพร้อมตอบโต้การโจมตีต่อไปของเขา --- ฝ่ามือโลกันตร์? กระบี่ชำระล้างบุปผา? กรงเล็บกระดูกขาวเก้าอิม?


ทว่าท้ายที่สุด หนานอี๋แค่ปล่อยแส้เงียบๆ


ผางวานไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงยอมปล่อยนางไป นางแสร้งทำเป็นกล้าและถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย จากนั้นเอาแส้ของตัวเองคืนมา พร้อมกับกระทุ้งม้าให้ออกวิ่ง


ครั้นแล้วนางควบม้าไปบนถนนหลักเพื่อมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน ส่วนหนานอี๋กระตุกสายบังเหียนและควบม้าแยกย้ายไปตามทางของตน[7]


“‘ดอกบัวขาว’ มันมีอะไรดีนักเชียว?” ผางวานคิดอย่างเดือดดาล


นางเชื่อว่าหากตนเองไม่ได้เกิดในพรรคมาร นางจะต้องเป็นดอกบัวขาวที่บอบบางและเป็นหนึ่งในปฐพีเช่นเดียวกัน


หลังจากโกรธขึ้งถึงสิบห้านาที นางได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ นางตกลงใจว่าจะลืมหนานอี๋กับเหมยอู่โดยสิ้นเชิง หมาชายหญิง[8]คู่นั้น (?) จะไม่นึกถึงพวกเขาอีกต่อไป


โลกนี้สวยงามเพียงใด? ชายหนุ่มรูปงามนับไม่ถ้วนกำลังรอคอยอ้อมกอดของนาง ตราบเท่าที่นางเป็นนางเอก สุดยอดนางเอก
_____________

[1] ดีดลูกคิดรางแก้วภายในใจ 小算盘 หมายถึง แอบคิดถึงผลประโยชน์ของตนเอง
[2] ไม่นับเป็นญาติไม่อยากเกี่ยวข้อง 六亲不认 เป็นสำนวนจีนแปลว่า ไม่มีความสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น หรือไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น
[3] ตัดตะปูและเฉือนเหล็ก 斩钉截铁 สำนวนจีน อุปมาว่าเด็ดขาด เฉียบขาด
[4] ตายหมื่นครั้งก็ไม่ปฏิเสธ 万死不辞 สำนวนจีน เปรียบเปรยว่า พร้อมเสี่ยงชีวิตและแขนขาเพื่อช่วยแก้ปัญหา
[5] หน้าเนื้อใจเสือ 人面兽心 หมายถึง ลักษณะภายนอกดูเป็นคนดีแต่จิตใจมุ่งร้าย
[6] อับอายจนกลายเป็นโทสะ 恼羞成怒 หมายถึง โกรธเนื่องจากความละอายและขุ่นเคือง
[7] กระตุกสายบังเหียนและควบม้าแยกย้ายไปตามทางของตน 分道扬镳 สำนวนจีน เป็นการอุปมาว่าเมื่อเป้าหมายไม่ตรงกันจึงแยกย้ายไปตามวิถีทางของแต่ละคน
[8] หมาชายหญิง 狗男女 หมายถึง ไม่ว่าจะเป็นอ้ายอีตัวไหน ก็เป็นเยี่ยงหมาทั้งนั้น


ความคิดเห็น