บทที่ ๑๘: คุณชายสูงศักดิ์ชิงหลู


เดินออกจากโรงเตี๊ยมเล็กๆ ใบหน้าของผางวานแดงเพราะดื่มสุรา ก้าวเดินของนางจึงโซเซอยู่บ้าง


“เจ้าคนเลว!” นางสะอึก และเตะเศษหินที่ข้างถนน


“เจ้าท่อนไม้!” จากนั้น นางกระทืบกองหินไร้ความผิดนั่นอย่างโหดเหี้ยมอีกหลายๆ รอบ


“ข้าเกลียดเจ้าจนตายเลย!” นางใช้เท้าอีกข้างกระทืบมันเช่นกัน แล้วกระโดดลงบนกองเศษหินสองสามครั้ง


“โอ๊ย!” ผางวานย่อตัวลงเพื่อจับข้อเท้าตนเอง – ใส่อารมณ์มากเกินไปจนข้อต่อเคล็ด


“แม่นางน้อยผู้นี้มาจากไหน ทำไมถึงได้โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ที่นี่ตามลำพัง?”


จังหวะที่นางก้มตัวเพื่อตรวจอาการบาดเจ็บ จู่ๆ ชายถือมีดรูปร่างสูงใหญ่สามคนโผล่ออกมาโดยไม่คาดคิด


ผางวานขมวดคิ้วมุ่น และมิได้เอ่ยคำ


“จุ๊ๆ แม่นางน้อยมีรูปร่างดีทีเดียว เงยหน้าให้ข้าดูหน่อย?” แขนซึ่งมีขนเต็มไปหมดยื่นออกมา หมายเชยคางของนาง


ผางวานระงับอารมณ์และคำพูด พลางเมินหน้าหนี


“โอ้? ขี้อายซะด้วย!” เจ้าของแขนยิ้มกว้างและหัวเราะเสียงดัง น้ำลายผสมกลิ่นคาวเหม็นพ่นออกมาเป็นฝอย “เหล่าจื้อ[1]ชื่นชมหญิงขี้อายที่สุด!” ขณะกล่าวสิ่งนี้ เขาใช้ปลายมีดเขี่ยปกเสื้อของผางวานเล่น


ผางวานกำลังกลัดกลุ้มว่าจะไม่มีที่ให้ระบายโทสะอยู่พอดี เห็นเพียงกลุ่มคนวิปริตสมัครใจก้าวเข้ามา และวอนขอความซวยถึงที่ นางพลิกมือกระแทกสันมีด และส่งมันลอยละลิ่วไปบนพื้น


“สวรรค์มีทางเจ้ากลับไม่เดิน นรกไร้ประตูเจ้ากลับฝ่าเข้าไป!”


ภายใต้ดวงจันทร์สุกสกาว นางยกแส้สีทองขณะลุกขึ้นยืนตัวตรง สีหน้าของนางเย็นเยียบ ประหนึ่งเกล็ดน้ำแข็งเดือนสิบสอง: “วันนี้ย่าจะสั่งสอนบทเรียนให้พวกเจ้า!”


ชายถือมีดร่างสูงใหญ่ซึ่งก่อนหน้านี้รู้สึกตระหนกตกใจ ทว่าครู่ต่อมา เขาส่งสายตาให้กันอย่างมีความหมาย ด้วยเสียงตะโกนคำราม พวกเขาพุ่งเข้าหาผางวานในเวลาเดียวกัน


สี่คนหมกมุ่นอยู่กับการต่อสู้ ผางวานอาศัยความมึนเมา ลงมือโจมตีอย่างดุร้าย แม่นยำ และรวดเร็ว ครองความได้เปรียบ


ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ณ มุมมืดของทางเดินแคบๆ มีสายตาพึงพอใจคู่หนึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบกริบ


สุดท้าย ก่อนที่อันธพาลกำลังจะร่วงลงบนพื้น เจ้าของดวงตาคู่นั้นพลันเปิดปากพูด: “เพิ่มอีกห้าคน ชั้นยอด”


เห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ผางวานต้องการถอนมือและจากไป แต่แล้วจู่ๆ กลับปรากฏชายชุดดำจากไหนไม่รู้อีกหลายคน พวกเขาไม่พูดไม่จา และเริ่มลงมือจู่โจมนาง การเคลื่อไหวแต่ละครั้งเหี้ยมโหดถึงชีวิต มุ่งมั่นเพื่อฆ่าให้ตายอย่างแท้จริง


วรยุทธ์ของคนเหล่านี้เหนืออันธพาลพวกนั้นมาก ผางวานที่ข้อเท้าเคล็ด แถมผลกระทบจากสุราพลุ่งขึ้นมา กำลังของนางค่อยๆ อ่อนล้า ด้วยต้องรับมืออย่างต่อเนื่อง


สติของนางโคลงเคลงเล็กน้อย และทันใดนั้น กระบี่แหลมคมแฉลบผ่านแก้มของนาง ตัดปอยผมดำขลับครึ่งหนึ่งร่วงลงมา


ชั่วเวลาขวัญหนีดีฝ่อวูบผ่านดวงตาเมล็ดอัลมอนด์ ยังผลให้เปลวไฟที่ลุกโชนพุ่งทะลักออกมาทันที – กล้าโจมตีใบหน้านางอย่างนั้นรึ? คนพวกนี้บังอาจทำร้ายใบหน้าน่ารักและงดงามของนาง? ต้องรู้ว่าไข่เน่า[2]พวกนั้นสามารถตีตรงไหนก็ได้ แต่ไม่สามารถทำร้ายใบหน้าของนาง ใบหน้าซึ่งนางต้องใช้เพื่อบรรลุตำแหน่งผู้เรืองอำนาจ!


ได้ยินเพียงเสียงดัง ‘เปรี้ยง’ แส้สีทองฟาดอย่างดุร้ายไปยังคนผู้นั้นที่เกือบทำให้นางเสียโฉม ชายคนนั้นส่ายโคลงเคลงถอยกลับไปประมาณสิบก้าว แล้วกระอักเลือดคำโต


“เฉือนใบหน้านาง!” คนผู้นั้นกุมหน้าอกตนเอง ขณะตะโกนตัวสั่นเทิ้ม และล้มลงกับพื้นอย่างองอาจ


คนชุดดำที่เหลือพลันเปลี่ยนกระบวนท่า ใช้อาวุธชนิดต่างๆ เพื่อโจมตีใบหน้านางโดยตรง – กระบี่ กรงเล็บ ตะขอ ตะปู กระบอง หอก ง่าม บ่วง – ท่าทางของพวกเขามุ่งหมายไม่ยอมเลิกรา หากไม่สามารถทำลายใบหน้าของนาง


ด้วยฉวยโอกาสใช้จุดอ่อนของนาง ผางวานหมดทางเลือก จึงได้แต่เอียงซ้ายขวา พยายามอย่างหนักเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตี นางเกือบสำรอกสุราในท้องออกมา เนื่องจากเคลื่อนไหวมากเกินไป ชั่วขณะนั้น นางสุดจะทนได้ เข็มสีแดงเล็กลื่นลงมาจากภายในแขนเสื้อนางอย่างเงียบกริบ


ทันใดนั้น กระแสลมเย็นเยือกพัดผ่าน เหล่าชายชุดดำตรงจุดเกิดเหตุต่างพากันนิ่งสนิท ราวกับว่าพวกเขาถูกร่ายคำสาปให้หยุดนิ่ง


“แม่นาง รบกวนแล้ว” ชายใบหน้าซีดขาวสวมใส่ชุดสีเทา ร่อนลงมาบนพื้นและหันหน้ามา เขาค่อยๆ ประสานมือกำหมัดเพื่อแสดงความเคารพต่อผางวาน


ผางวานมิได้ตอบรับ นางแค่ขบฟันแน่น ขณะหน้าอกเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ พลางสูดอากาศหายใจอย่างหนักหน่วง


“พวกคนชั่วช้าถูกข้าจี้จุดควบคุมเอาไว้แล้ว แม่นางอย่าได้เป็นกังวล”


ชายชุดเทาประสานมือคารวะนางอีกรอบ ท่าทางมีมารยาทและสุภาพเรียบร้อย


“ทำไมจึงช่วยข้า?” ผางวานมองหน้าเขาอย่างเย็นชา ยังคงไว้ซึ่งท่าโจมตี ส่วนสีหน้าไม่คลายใจสักนิด


ชายชุดเทาส่งเสียงหัวเราะหยาบคาย “หึ หึ” เขาชี้นิ้วไปยังด้านหลังนาง “นี่เป็นคำสั่งจากคุณชายของข้า”


มองตามนิ้วมือของเขา ผางวานพบว่าตรงท้ายตรอก ไม่รู้ว่ามีรถม้าขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบกริบตั้งแต่เมื่อไหร่ รถม้าคันนั้นประหลาดมาก มันมีสีดำทั้งหมดจากม้าถึงตัวรถ กระทั่งใบหน้าของคนขับรถม้า ก็ยังคลุมไว้ด้วยหมวกคลุมศีรษะสีดำ ทั่วทั้งรถม้าแลดูประหนึ่งราชาแห่งภูติผีปีศาจ ที่เพิ่งควบม้าเดินทางมาจากขุมนรก


“เรียนนายน้อย แม่นางผู้นี้ถูกช่วยเหลือไว้อย่างปลอดภัย และนำมาพบท่านโดยสวัสดิภาพ


ชายชุดเทารายงานไปยังรถม้าจากระยะไกล


นิ่งเงียบสักพักหนึ่ง มุมผ้าม่านสีดำราวหมึกพลันถูกยกขึ้น เผยให้เห็นแสงสลัวสีเหลืองจากด้านใน


“แม่นาง เชิญ” ชายชุดเทาผายมือให้ผางวานอย่างพินอบพิเทา


ผางวานหันกลับมามองชายชุดเทา และคลี่ยิ้มเปล่งปลั่งประหนึ่งมวลบุปผาในฤดูใบไม้ผลิ นางเดินไปที่รถม้าโดยไม่กังวลแม้แต่น้อย


ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ นางมองเห็นแสงเทียนสลัวภายในรถม้า


แสงไฟวูบเข้ามาในดวงตานางอย่างรวดเร็ว


ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นทุกที นางมองเห็นมือขาวราวหยก ซึ่งกำลังยกผ้าม่านอยู่อย่างชัดเจน


ได้ยินเพียงเสียง ‘ปัง’ ผางวานกระโดดเข้ามาในรถม้า เสมือนหนึ่งนกนางแอ่นทะยานสู่ท้องฟ้า ขณะเดียวกันก็ดึงเอาแส้สีทองมาถือไว้ในมือ แล้วรัดลำคอของผู้ที่อยู่ในรถม้าแน่น


“เจ้าเป็นใคร? มีเจตนาอะไร? พูด!” นางจ้องคนผู้นั้นราวหมาป่าหิว เสือดุร้าย นัยน์ตาโหดเหี้ยม และน้ำเสียงเฉียบขาด


-- การเคลื่อนไหวทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาสายฟ้าแลบ ลงมือรวดเดียวจบดั่งลมบ้าหมูพัดผ่าน ไม่ให้โอกาสผู้ใดแทรกแซงสักนิด


คนผู้นั้นตัวแข็งทื่อ จากนั้นค่อยๆ หันหน้ามาทางนาง


“เจ้านั่นเอง??” ผางวานตกตะลึง จึงผ่อนแรงมือเล็กน้อย แส้ไถลลงมาจากลำคอเพรียวของคนผู้นั้นประมาณครึ่งนิ้ว


เขาคือคุณชายกวานสีทองที่แอบดูนางบนภัตตาคารเมื่อไม่กี่วันก่อน


“แม่นาง! จำเป็นด้วยหรือที่ต้องทำเช่นนี้?!”


ชายชุดเทาตะโกนดังลั่นจากนอกรถม้า สีหน้าของเขากระวนกระวายใจ ทว่าไม่รู้ว่าทำไม เขาจึงไม่กล้าเข้ามาในรถม้า ได้แต่ลังเลใจอยู่ที่จุดเดิม


“เอามันออกไป” คุณชายถลึงตาจ้องอาวุธบนลำคอตนเอง ใบหน้ามีอาการรังเกียจเล็กน้อยวูบผ่าน


แววตาของผางวานสว่างเจิดจ้า ริมฝีปากสีแดงสดเม้นหากัน นางดึงแส้สีทองในมือแน่นอีกครั้ง: “เจ้าเป็นใคร?” ปลายจมูกของนางแทบสัมผัสถูกใบหน้าของคนผู้นั้น


“นายน้อยของข้าเดินทางผ่าน เมื่อเห็นความอยุติธรรม จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แม่นาง อย่าได้ตอบแทนบุญคุณด้วยการอาฆาต!” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นจากนอกรถม้าอีกครั้ง


ผางวานมองหน้าคุณชาย เห็นเขาคงไว้ซึ่งสีหน้าสงบนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ นางครุ่นคิดสักพักหนึ่ง ท้ายที่สุดจึงดึงแส้ออก


“เจ้าตามข้ามาอย่างนั้นหรือ?” นางถอยกลับไปยังเบาะนุ่ม และหันมาสำรวจเขา


คุณชายมิได้เอ่ยคำใด เพียงใช้ท่วงท่างดงามสุดยอด จัดปกเสื้อที่ยับยู่ยี่ของตนเอง


“เจ้าแค่บังเอิญผ่านมาจริงๆ รึ?” เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งเงียบ ผางวานลุกขึ้น ต้องการเอนเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม


กระนั้น ไม่คาดคิดว่านางจะขยับถูกข้อต่อที่เคล็ด จึงร้องอุทานออกมา “โอ๊ย”


“บาดเจ็บหรือ?” คุณชายเอ่ยปาก น้ำเสียงสงวนท่าทีเหมือนบุคลิกของเขา


“ข้อเท้าข้าบาดเจ็บ” ผางวานขยับกระโปรงไปไว้ด้านข้างด้วยความแค้นใจ นางถอดรองเท้าและถุงเท้าออก เผยให้เห็นเท้าขาวราวหิมะ นิ้วเท้าสีชมพูทั้งห้าประหนึ่งกลีบดอกไม้


คุณชายรีบเบนสายตาอย่างรวดเร็ว


“เจ้ามียาดองบ้างหรือไม่?” ผางวานไม่ใส่ใจ นางใช้มือนวดตรงบริเวณที่บวมแดงเบาๆ


“ไม่มี” คุณชายขมวดคิ้ว คล้ายไม่ยินดีจะกล่าวถึงพฤติกรรมของนาง


“ถ้าเช่นนั้น รบกวนเจ้ายื่นมือช่วยเหลืออีกสักครั้ง ช่วยไปส่งข้าที่ร้านหมอหน่อย”


เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าบนร่างตนเองเต็มไปด้วยรู ผางวานเบะปากด้วยความคับแค้นใจ – นอกเหนือจากใบหน้าที่ยังอยู่ในสภาพดี ส่วนอื่นที่เหลือล้วนฟกช้ำดำเขียว บวมแดง แตกร้าว ไม่น้อยกว่าสิบแห่ง นางควรรีบหาสถานที่เพื่อทายา จะให้เหลือรอยแผลเป็นไม่ได้โดยเด็ดขาด!


“เวลานี้เป็นยามอิ๋น[3] ร้านหมอปิดตั้งนานแล้ว”


คุณชายตอบอย่างเฉยเมย


พอได้ยินประโยคนี้ ผางวานเงยหน้า ดวงตาเมล็ดอัลมอนด์คู่นั้นเบิกตาโพลงไปที่เขา มันเปล่งแสงแวววับราวกับน้ำ นางกระพริบขนตาปริบๆ


คุณชายมิได้เอ่ยคำใด


เป็นอีกครั้งที่ดวงตากลมโตของนางพยายามอย่างหนัก นางกระพริบตาปริบๆ อีกรอบ


ด้วยถูกสายตาร้อนแผดเผาเช่นนี้จับจ้อง ผลสุดท้าย คุณชายทำลำคอให้โล่ง และเอ่ย: “หากแม่นางไม่รังเกียจ เจ้าสามารถนั่งรถม้าไปยังที่พักของข้าเพื่อทำการรักษา”


ดวงตาเมล็ดอัลมอนด์โค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว มุมปากของผางวานยกขึ้นสูง เผยให้เห็นลักยิ้มอ่อนหวาน: “ดีมาก ดีมาก วานวานขอขอบคุณคุณชายก่อน” ข้ารอประโยคนี้จากเจ้านี่แหละ


คุณชายมองสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของนาง หลังจากแผนการปัญญาอ่อนของนางประสบผลสำเร็จ เขาตีหน้าตาย และไม่พูดอะไรสักคำ


“บังอาจขอถามชื่อท่านผู้มีพระคุณได้ไหม?” ผางวานเห็นว่าในที่สุดเขาก็ยอมหันหน้ามามองนาง จึงรีบยิ้มตาหยี และประสานมือคารวะ “บุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ในวันนี้ ภายภาคหน้า วานวานจะต้องตอบแทนแน่นอน!”


“... เฮ่อชิงหลู”


ยามเห็นรอยยิ้มเจิดจ้าและอ่อนหวานประหนึ่งน้ำผึ้งปรากฏอยู่ตรงหน้า คุณชายค่อยๆ เลิกคิ้ว


“ชื่อของข้า ขอแม่นางจำไว้ให้ดี”


จักต้องจำไว้ อย่าได้เผลอลืมเป็นอันขาด

_________


[1] เหล่าจื้อ 老子 แปลว่าพ่อ เป็นคำเรียกตัวเองอย่างภาคภูมิ (ออกแนวไม่สุภาพ) ถ้าแปลแบบคำหยาบหน่อยก็แปลว่า กู
[2] ไข่เน่า 坏蛋 คำนี้ใช้กับคนที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ทำให้คนอื่นรังเกียจ
[3] ยามอิ๋น 寅时 คือช่วงเวลาตีสาม ถึงตีห้า

ความคิดเห็น