บทที่ ๓๖: ฝันสลาย


ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 คือวันเปิดงานชุมนุมใหญ่อย่างเป็นทางการ

ฝูงชนไหลเข้ามาในเมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง จำนวนม้าและรถม้าบนถนนก็เพิ่มขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว

"เจ้าอาวาสเส้าหลินมาถึง"

"เจ้าสำนักคุนหลุนมาถึง"

"เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งมาถึง"

......

ด้านนอกส่งเสียงรายงานต่อเนื่องเป็นระลอก รายชื่อยอดฝีมือโผล่ขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ผางวานกุมคอเสื้อแน่น คล้ายประหม่าเล็กน้อย

"แม่นาง ไม่ต้องลุกลี้ลุกลนถึงเพียงนี้ หลายวันมานี้พวกเราล้วนเห็นความทุ่มเทของแม่นาง มันอยู่เหนือความสามารถของทุกคนแน่นอน" นักเต้นระบำที่รับผิดชอบเรื่องแต่งหน้าทำผมยิ้มอย่างอ่อนโยน "ในเมื่อแม่นางคือคนที่ท่านผู้นำเลือก ท่านต้องเชื่อมั่นในตนเอง"

ผางวานยิ้มเอียงอาย และไม่ได้เอ่ยคำใด

ความจริงนางค่อนข้างมั่นใจในทักษะเต้นระบำของตัวเอง แต่กลัวเพียงอย่างเดียว ว่านางจะเต้นได้ไม่ดีเท่าซางฉาน

ขณะกำลังคิดเรื่อยเปื่อย ประตูห้องพลันเปิดออกด้วยเสียงดัง 'เอี๊ยด' จากนั้น ได้ยินเสียงฝีเท้ากรอบแกรบเบาๆ จากด้านหลัง

ผางวานเห็นผู้ที่เดินเข้ามาผ่านทางกระจก และเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว

นักเต้นรำขอตัวอย่างมีไหวพริบ โดยไม่ส่งเสียงใดๆ

กู้ซีจูมองคนในกระจก อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจด้วยความชื่นชม

เด็กสาวนั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะอย่างสงบเสงี่ยม ลำคอของนางเรียวระหง พวงแก้มสีชมพูเป็นประกายนวลเนียน ดวงตาเมล็ดอัลมอนด์ทอแสงระยิบระยับดั่งสายน้ำ ขนตาประดุจปีกผีเสื้อขณะที่มันค่อยๆ กระพือ แต้มด้วยรูปดอกเหมยสีแดงกลางหว่างคิ้ว ทั่วทั้งร่างประหนึ่งดอกไม้บอบบางแรกแย้ม อ่อนหวานมีเสน่ห์สุดจะพรรณนาได้

ราวกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนมาสัมผัสอย่างรักใคร่

ขณะคิด มือข้างหนึ่งของเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมดึงตัวนางมาไว้ในอ้อมแขนของตน

ผางวานไม่คาดคิดว่าวันนี้กู้ซีจูจะหุนหันพลันแล่นถึงเพียงนี้ ชั่วขณะนั้น นางตื่นตะลึงเล็กน้อย ทว่ายังยอมเอนกายเข้าหาหน้าอกเข้าอย่างว่าง่าย

จังหวะนั้น นางสัมผัสได้ถึงหัวใจของกู้ซีจูที่เต้นเร็วกว่าปกติ

"มีอะไรหรือ?" นางเงยหน้า มองเขาอย่างสงสัย

ร่างกายนุ่มนิ่มและบอบบางในอ้อมแขนเขา ทั้งยังกลิ่นหอมกรุ่นที่ไหลเข้าสู่หัวใจ กู้ซีจูมองลึกเข้าไปในดวงตาดั่งสายน้ำเลือนรางของหญิงสาว และรู้สึกเพียงลำคอของตนที่แน่นขึ้นทีละน้อย

"แต่งตัวเสร็จแล้วหรือ?" เขาโอบกอดนาง น้ำเสียงแหบพร่านิดหน่อย

ผางวานกะพริบตา แล้วยื่นริมฝีปากดั่งกลีบดอกไม้สีชมพูของตน: "ยังไม่ได้แต้มชาดตรงนี้" พอพูดจบ นางรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง จึงคิดหันหน้าไปหยิบตลับผงชาด

แต่ไม่คาดคิดจะมีคนไวกว่านาง

"ข้าแต้มให้" กู้ซีจูบิดเปิดตลับชาด และหมุนร่างนางหาเขา

โดยไม่รอให้ผางวานส่งเสียงปฏิเสธ ปลายนิ้วที่ค่อนข้างสากได้แตะสีชาด และวาดผ่านริมฝีปากของนางอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน

ผางวานทั้งตกใจทั้งประหม่า นางทอดสายตาลงต่ำ ไม่กล้ามองหน้าเขาแม้แต่น้อย พวงแก้มเล็กของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

กู้ซีจูเห็นท่าทางของนางน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก ดวงตาของเขาพลันเข้มขึ้น เขาก้มหน้าและประกบจูบริมฝีปากนาง

ผางวานไม่นึกไม่ฝันว่าเขาจะจูบนางอย่างกะทันหัน จึงอดไม่ได้ที่ส่งเสียงร้องเบาๆ ด้วยอารามตกใจ การร้องคราวนี้กลับทำให้กู้ซีจูมีโอกาส ลิ้นของเขาพลันเคลื่อนไปข้างหน้า และเข้าครอบครองถ้ำชุ่มชื่นของนาง

จูบคราวนี้ยาวนานเป็นที่สุด จากตอนแรกที่อ่อนหวานละมุมละไมแปรเปลี่ยนเป็นคลุ้มคลั่ง ผางวานอ่อนปวกเปียกไร้กำลัง จนกระทั่งริมฝีปากของนางบวมเจ่อ ลิ้นของนางชา ทั้งลมหายใจก็เริ่มหนักหน่วง

สัมผัสได้ถึงอาการอึดอัดของนาง สุดท้ายกู้ซีจูหยุดการกระทำของตัวเอง ทว่ามือใหญ่ยังคงกอดนางอย่างแน่นหนา

"สูดลมหายใจ" เขาตั้งสมาธิ และเตือนนางอย่างนุ่มนวล

ตอนนั้นเองที่ผางวานสูดอากาศเข้าปอด หน้าอกของนางไหวขึ้นลง ดวงตาแวววาวปริ่มน้ำจนแทบหยดลงมา

กู้ซีจูแอบทอดถอนใจ เขาก้มหน้าเพื่อจูบดวงหน้านางเบาๆ

"ท่านผู้นำ ชุดของแม่นางได้นำมาที่นี่แล้ว" เสียงเย็นชาของสาวใช้ ดังอย่างผิดจังหวะจากทางประตู

คนทั้งสองที่พัวพันกันอยู่แยกจากกันทันที ผางวานรีบก้มหน้าและจัดผมให้เป็นระเบียบ ส่วนกู้ซีจูใช้มือเช็ดสีชาดบนริมฝีปากตนเอง

"เข้ามา" เขาสั่งคนด้านนอก น้ำเสียงชัดเจนและกระจ่างใสดังเดิม

สาวใช้ ถือถาดเขามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"แม่นางวานวานโปรดเปลี่ยนเป็นชุดเต้น"  นางโค้งคำนับผางวาน

ผางวานหยิบชุดเต้นที่บางเบาประหนึ่งปีกจักจั่น และตัวแข็งทื่อทันควัน

"ข้าต้องสวมชุดนี้จริงๆ หรือ?" นางมองกู้ซีจูอย่างลังเล

"ในงานชุมนุมใหญ่ยุทธจักรครั้งก่อน ศิษย์น้องมักสวมชุดนี้เต้นเป็นประจำ" กู้ซีจูประหลาดใจเล็กน้อย "มีสิ่งใดผิดปกติอย่างนั้นหรือ?"

ผางวานทำปากยื่น ท่าทางลำบากใจเป็นอันมาก

"หากเจ้าไม่ชอบมันจริงๆ ข้าจะออกคำสั่งให้ทำใหม่หมดทันที"

กู้ซีจูเห็นนางไม่ยินดี จึงขมวดคิ้วตามไปด้วย

"... ช่างเถอะ ช่างเถอะ ชุดนี้ก็ได้"

ผางวานทนไม่ได้ที่จะสร้างปัญหาให้คนรัก นางหยิบชุดแสดงมาไว้ในอ้อมแขน และยิ้มอ่อนหวาน: "จะอย่างไรก็ไม่มีเวลาทำใหม่แล้ว"

กู้ซีจูพยักหน้าเล็กน้อย ชื่นชมนางที่เห็นแก่ส่วนรวม จากนั้นส่งสายตาให้สาวใช้ นางถอยออกจากห้องเงียบๆ และปิดประตู

"ไม่ต้องกังวล"

เขาใช้แขนโอบรอบไหล่มนของผางวาน และจูบแก้มนาง: "ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง"

ในใจผางวานสับสนวุ่นวาย รู้สึกสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงแค่ส่งเสียงผ่านๆ

"เจ้าต้องเชื่อข้า" กู้ซีจูรู้สึกไม่พอใจที่นางเพิกเฉย เขาจับใบหน้าของนางหันมาสบประสานกับตน

ผางวานเห็นเขาทำท่าร้อนใจไม่เป็นสุข อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะ นางจับใบหน้าเขาและจูบเบาๆ"ข้าเชื่อท่านที่สุด"

ดวงตาของกู้ซีจูเข้มขึ้น เขาโค้งกายลงขณะที่จับตัวนาง ต้องการจุมพิตนางอีกหน ทว่าหญิงสาวบ่ายเบี่ยงซ้ำแล้วซ้ำอีก

"ความจริง ... วันนี้คือวันเกิดของข้า" ใบหน้าของผางวานแดงซ่าน

กู้ซีจูตัวแข็งทื่อ

"หลังจากเต้นเสร็จ คืนนี้ท่านไปเป็นเพื่อนข้าที่ตลาดกลางคืนได้หรือไม่?" นางมองเขาอย่างคาดหวัง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรู้สึกรักใคร่

กู้ซีจูนิ่งเงียบครู่หนึ่ง จากนั้นแย้มยิ้ม"ได้ เจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นของขวัญ?" เขายืดนิ้วมือเพื่อหยอกล้อขนตาของนาง

"ข้าอยากไปดูดอกไม้ไฟ" ผางวานยิ้มเอียงอาย พลางกล่าวคำตอบที่นางต้องการเอ่ยมาเนิ่นนาน "ข้าอยากให้ท่านไปที่หอระฆัง และตีระฆังให้ข้าสิบหกครั้ง"

เสียงระฆัง เสียงระฆัง ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ชั่วชีวิต (คำว่าเสียงระฆัง 钟声 กับ ชั่วชีวิต 终生 ออกเสียงว่า 'จงเซิง' เหมือนกัน แต่เขียนคนละตัว) 

เมื่อระฆังดัง นางจะให้คำมั่นสัญญาร้อยปีกับกู้ซีจู

"ได้ ตามที่เจ้าปรารถนา" กู้ซีจูตอบรับเบาๆ จุมพิตแผ่วเคลื่อนจากแก้มของนาง สุดท้ายหยุดลงที่ริมฝีปากของผางวาน

คนทั้งสองยังคงพัวพันกันอยู่เช่นนี้สักพักหนึ่ง ก่อนจะฝืนใจแยกจากกัน กู้ซีจูกลับไปต้อนรับบรรดาแขกเหรื่อต่อ เขาปล่อยให้ผางวานเปลี่ยนเครื่องแต่งกายด้วยตัวของนางเอง

นางจ้องชุดแสดงที่ปิดแค่หน้าอก เปิดเปลือยเอวและหัวไหล่ของนางทั้งหมด ผางวานตกลงสู่ห้วงความคิดของตนเอง

นางนั่งอยู่ในภวังค์ ครุ่นคิดเป็นเวลานาน

กระทั่งลืมกินข้าวเย็น

***

งานชุมนุมใหญ่ยุทธจักรจัดขึ้นบนที่ราบหุบเขา ซึ่งห้อมล้อมด้วยแนวเขาทั้งหมด ธารน้ำไหลรินประหนึ่งเมืองสวรรค์

ภายใต้สภาพแวดล้อมสวยงามกลมกลืน ปรากฏกลุ่มกำลังคนที่ไม่เข้ากัน พวกเขาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของหุบเขา รักษาระยะห่างจากที่ชุมนุม

"นายท่าน พวกเราได้รับข้อมูลชัดเจน ขั้นตอนของวันนี้เป็นไปตามแบบแผน" ชายชุดดำคุกเข่าตรงหน้าชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวหน้า ขณะที่เขารายงานอย่างเคารพ

"โอ้นี่ทำให้ข้ารอคอยว่าจะเกิดอะไรขึ้น" ใบหน้าของชายวัยกลางคนซ่อนอยู่ในเงามืด เผยให้เห็นแค่แนวคางเท่านั้น

"ไม่รู้ว่ากู้ซีจูกำลังวางอุบายใด จึงยืนกรานเชิญ ... นายท่านมาร่วมงานชุมนุมใหญ่แบบนี้" อีกคนที่สวมใส่ชุดเขียวชะโงกหน้า และกระซิบระแวง

"ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อเขาส่งเทียบเชิญ ทั้งยังจัดที่นั่งส่วนตัวดีเยี่ยมเช่นนี้ จะเป็นไรไปหากข้ามาชมการแสดง?" ชายวัยกลางคนยกถ้วยชา เขาสะบัดมือนำดอกกล้วยไม้เงินเล็กจิ๋วออกมา และวางมันลงในถ้วย

พอเห็นว่าดอกกล้วยไม้เงินไม่เปลี่ยนแปลง จึงยกถ้วยชา และจิบอย่างสบายอารมณ์

"อีกอย่าง ไม่รู้ว่านายน้อยกำลังดำเนินการเรื่องอะไรอยู่?" คนชุดเขียวเริ่มพูดกับตัวเอง

"ไอ๊หยา ลูกหลานก็มีทางรอดของเขาเองอ่า" ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างสำราญ เครื่องหน้าดูมีเมตตาและอ่อนโยน "ไม่ต้องห่วงเขา ไม่ต้องห่วงเขา"

ตึง!

เสียงกลองพลันดังทะลุผ่านอากาศ

"เริ่มแล้ว เริ่มแล้ว!" คนที่มาชุมนุมส่งเสียงอย่างตื่นเต้น สายตาของแต่ละคนจ้องไปที่ยอดเขา

เห็นเพียงเมฆหมอกค่อยๆ เพิ่มขึ้น กลองแดงขนาดใหญ่ทะลึ่งพรวด และเหนือกลอง สามารถมองเห็นเงาร่างเลือนรางของหญิงสาวซึ่งมีผ้าคลุมหน้ายืนอยู่ ท่ามกลางความพร่ามัว ยากจะมองเห็นรูปโฉมของนางอย่างชัดเจน

ตึง!

เสียงกลองห้าวหาญดังอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือหญิงสาวยกมือขึ้น และด้านหลังนาง แถบผ้าไหมสีขาวราวหิมะซึ่งมีความยาวสิบจั้งปลิวสะบัด แถบผ้าไหมเริงระบำตามกระแสลม ทำให้รูปร่างอ้อนแอ้นของหญิงสาวประหนึ่งเทพธิดากำลังเดินลงมาจากก้อนเมฆ

ตึง ตึง ตึง!

เสียงกลองตีติดกันอย่างรวดเร็วสามครั้ง ได้ยินเพียงเสียงหวีดหวิวชันเจนยาวนาน และหญิงสาวกระโดดสู่ทะเลก้อนเมฆ

ทุกคนยังไม่ทันมีเวลาประหลาดใจ เมื่อเสียงขลุ่ยขึ้นลงสูงต่ำที่ฟังแล้วรื่นหูดังระหว่างภูเขา ประหนึ่งแสงจันทร์ส่องสว่างระหว่างต้นสน สวยงามเงียบสงบ กระจ่างใสแจ๋ว ท่ามกลางท่วงทำนองบริสุทธิ์ที่หวนสู่ธรรมชาติ เท้าของหญิงสาวก้าวเดินตามก้อนเมฆขาว สง่างาม ปราดเปรียวเหนือผาสูงชัน

นางแกว่งแขนเสื้อเบาๆ เป็นพักๆ บางครั้งบางคราวก็หมุนตัวอย่างมีชีวิตชีวา ไม่มีท่าใดที่ไม่งดงาม ไม่มีท่าใดที่ไม่มีเสน่ห์ มองจากระยะไกล นางเหมือนเทพธิดาฉางเอ๋อกำลังเล่นสนุกบนท้องฟ้า ส่วนผ้าไหมสิบจั้งหาเป็นอะไรได้ นอกจากของเล่นในมือนาง

ทำนองขลุ่ยเริ่มสนุกสนานมากขึ้น กลองประสานกับทำนองขลุ่ย ประหนึ่งเสียงของธรรมชาติ ตอนที่ทุกคนกำลังมองอย่างเมามัว หญิงสาวพลันแกว่งมือ แถบผ้าไหมปลิวสะบัดไปในก้อนเมฆ และยึดเกี่ยวกับกลองเหนือภูเขา ทุกคนกำลังจะยกย่องกำลังภายในของนาง แต่กลับเห็นมือของหญิงสาวยึดแถบผ้าไหมที่โบกสะบัด นางสะกิดปลายเท้าเบาๆ แล้วทะยานขึ้นไปบนยอดเขาอีกครั้ง

"กำลังภายในยอดเยี่ยมจริงๆ" คนชุดเขียวอดไม่ได้ที่จะร้องชื่นชม

ได้ยินเพียงเสียง 'เปรี๊ยะ' ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า 'นายท่าน' บีบถ้วยชาในมือจนแตก

"ทำไมถึงเป็นนาง?" เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนกตกใจสุดขีด เก้าอี้ลายโป๊ยเซียนสั่นสะเทือนจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

คนชุดเขียวกำลังจะเปิดปากพูด ต้องหันกลับไปมองหญิงสาวอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้น เขาหน้าซีดเผือดทันที

"นางไม่ได้สวมเกราะไหมฟ้านางไม่ได้สวมเกราะไหมฟ้า!" ชายวัยกลางคนแผดเสียงดังลั่น สีหน้าของเขาเจ็บปวดและดุดัน

"เทพธิดาเทพธิดา!"

เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากพื้นภูเขาดังไปถึงท้องฟ้า ผางวานมองฝูงชนแน่นขนัดที่อยู่ใต้ฝ่าเท้านาง แล้วยืนนิ่ง หายใจแรง

วันนี้คือวันรุ่งโรจน์ของนาง ทั้งยังเป็นวันที่นางได้รับความนิยมชมชอบมากที่สุด ยังเหลือสิ่งที่ต้องทำเพียงอย่างเดียว ก่อนระบำจะครบถ้วน

ตึง ตึง ตึง!

เสียงกลองเร่าร้อน นางเริ่มสูดหายใจเฮือกใหญ่

ตึง!

พร้อมกับเสียงกลองหนักครั้งสุดท้ายที่กระหน่ำหัวใจผู้คน นางนำม้วนอักษรซึ่งได้เตรียมไว้ตั้งนานแล้วออกมา ท่ามกลางความเงียบกริบ นางกระโดดจากหน้าผา ตรงดิ่ง ไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย

ฉากโหมโรงคือช่วงเวลานี้ ขอแค่นางกระโดดลงมา หินในหัวใจของกู้ซีจูจะถูกยกออกทั้งหมด

เสียงลมเย็นยะเยือกดังหวีดหวิวแทงทะลุผ่านหู นางรู้สึกได้ว่าม้วนอักษรในมือแผ่ออก และคลี่อย่างอิสระในท้องนภา

โล่งอก นางพูดกับตัวเองในใจ และเริ่มมองด้านล่าง เพื่อหาตำแหน่งลงดีๆ

ทันใดนั้น เสียงผิดแปลก 'ฉึก' ดังเข้ามาในหูของนาง

ผางวานรู้สึกเหมือนหน้าอกฉีกขาด นางก้มลงดู ลูกศรขนนกสีดำแทงเข้าอกซ้ายของนางอย่างแม่นยำ

เปลวไฟโหดร้ายทารุณปะทุจากผิวขาวราวหิมะ กัดกินเสื้อผ้าประณีตที่ปกปิดหน้าอกของนาง กลืนกินความสุขทั้งหมด นางยังไม่ทันส่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงจากเมฆประหนึ่งนกนางแอ่นน้อยบาดเจ็บ

แผ่นดินหมุน แผ่นฟ้าวน หัวใจฉีกขาด ปอดแตกร้าว

ไม่รู้ว่านางกลิ้งนานขนาดไหน สุดท้ายนางหยุดนิ่งเมื่อกระแทกเข้ากับกำแพงหิน ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้การมองเห็นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ท่ามกลางความพร่ามัว คล้ายใครบางคนเดินเข้ามาตรวจอาการบาดเจ็บของนาง

เจ็บมาก เจ็บเหลือเกิน ...

"... ยิงเข้ากลางหัวใจพอดี" นางได้ยินบางคนรายงาน

ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วย ...

นางหวังเอื้อมมือหาคนผู้นั้น ทว่าทั่วทั้งร่างคล้ายถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงรุนแรง นางไม่อาจเคลื่อนไหวดั่งใจนึก ไม่อาจส่งเสียงใด

จังหวะนั้นเอง นางได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

"หญิงผู้นี้เจ้าเล่ห์ แทงซ้ำบาดแผลอีกครั้ง จะได้หลีกเลี่ยงปัญหาในภาคหน้า" 

อึดใจนั้น นางหมดเรี่ยวแรงคิด

ทำไม? นางต้องการถามเพียงเท่านี้

แสงเย็นเยียบวูบผ่าน 'ฉึก' กริชแหลมคมแทงเข้ามาในอกของนาง 

น้ำตาแวววาวไหลลงจากขนตายาวของผางวาน

ที่แท้เรื่องน่าหวาดกลัวที่สุดในโลก หาใช่คนที่หมายปองไม่รักตอบ แต่เป็นเรื่องที่ด้านหนึ่งเขาพูดว่ารัก ส่วนอีกด้าน เขากลับหาคนมาสังหารท่าน

ที่แท้เรื่องสิ้นหวังที่สุดในโลก หาใช่ยอดรักหาคนมาสังหารท่าน แต่เป็นเรื่องที่เขากลัวว่าท่านจะไม่ตาย และสั่งให้นักฆ่าซ้ำบาดแผลอีกครั้ง

ในที่สุดนางก็ถอดใจ ไม่หวังให้ตนเองมีลมหายใจอีกต่อไป ไม่หวังให้ได้สติอีกเลย

ผางวานตายในวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 วันนั้นนางสวมใส่ชุดขาวราวเทพธิดา เต้นระบำด้วยความงดงามและน่าซาบซึ้งใจที่สุด แสงแห่งความรุ่งโรจน์ส่งตัวนางสู่เหวลึกสุดหยั่ง

ทว่าก่อนหน้านั้น นางยังกะหนุงกะหนิงอยู่กับคนรัก เพ้อฝันถึงเรื่องใช้ชีวิตที่เหลือกับเขา

ผางวานตาย ตายในช่วงเวลาซึ่งนางแมรี่ซูที่สุดในชีวิต


- จบภาค -
ปฐมบทแห่งดอกบัวขาว


ความคิดเห็น