บทที่ ๒: พระเอกผู้ล้ำเลิศ



แต่เดิม ชีวิตในอดีตกาลของผางวานคือ การดำรงชีพแบบชนชั้นสูงในดินแดนแมรี่ซู

อาจกล่าวได้ว่าดินแดนแมรี่ซูแห่งนี้คือชิ้นงานอันเลอเลิศของโลกนวนิยาย เมื่อใดก็ตามที่สามารถเข้ากับชนชั้นสูง --- นั่นก็คือชนชั้นนางเอก มันก็แค่รัศมีเรืองรองอันน่าหลงใหลหลั่งออกมาแบบไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยความสามารถอันน่าทึ่งที่ทำให้บุรุษทุกคนภายในรัศมีร้อยลี้มาคุกเข่าอยู่หน้ากระโปรงของนาง ในดินแดนอันไกลโพ้นของแมรี่ซู นางเอกไม่เพียงแต่เข้ากันได้ดีกับเหล่าชายหนุ่ม ทว่ายังเข้ากันได้ดีกับบรรดาภูตผีผู้ชาย ปีศาจผู้ชาย มนุษย์ต่างดาวผู้ชาย ในสถานการณ์ระดับสุดขั้วที่สุด กระทั่งราษฎรที่สนับสนุนนางเอก ยังยากจะเลี่ยงมนต์คาถาซึ่งมิอาจทำลายได้ของนางเอก

อธิบายแบบง่ายๆ คือ "ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ โลกใบนี้ล้วนตกหลุมรักข้า" ทำให้หลงเสน่ห์

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผางวานในชาติก่อนจึงได้สุขสันต์อย่างยิ่งยวด นางยังจำได้ดีว่าตนเองเพิ่งบอกปัดชายหนุ่มรูปงามห้าคนที่มาเกี้ยวพาราสี ซึ่งชายเหล่านั้นต่างหล่อเหลาจนหาแทบไม่ได้ในโลก (อย่าถามว่าทั้งๆ ที่ชายหนุ่มรูปงามพวกนั้นหายาก แต่ทำไมนางเอกจึงสามารถพบพวกเขาทั้งหลายในคราวเดียว) เลือกชายหนุ่มผู้มีพลังอำนาจมากที่สุดในแผ่นดินมาเป็นสามี ทั้งยังรับพระรองผู้มากพรสวรรค์มาเป็นคนรักของตนเอง (อย่าถามว่าทำไมตัวละครชายเหล่านั้นจึงสามารถทนต่อการคงอยู่ของอีกฝ่ายได้) เรื่องราวทั้งหมดช่างสมบูรณ์แบบ

วันนั้น ยามนางเปิดม่านที่อยู่ติดกับชายทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นระหว่างหวนรำลึกถึงตนเอง "งดงามราวเทพธิดา" ไม่แตกต่างจากช่วงเวลาครองรักแรกเลย นางพลันได้ยินเสียงดังครืน ลำแสงสายฟ้าสีชมพูผ่ากระแทกใส่นางพอดี

ยามผางวานได้สติ นางตระหนักว่าตนเองได้กลายมาเป็นเด็กสาวอายุราวเก้าขวบ กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำ

เรื่องราวเฉกเช่นการเดินทางข้ามเวลาเคยเป็นกระแสอย่างมากในดินแดนแมรี่ซู แถมยังทำให้ภาวะเศรษฐกิจเติบโตไปทั้งดินแดน ดังนั้นนางจึงยอมรับความจริงโดยฉับพลันว่าตนเองได้กลายเป็นสาวน้อย สีหน้าท่าทางที่แสดงออกล้วนสงบนิ่งและมีไหวพริบยิ่งนัก

สิ่งแรกที่นางทำคือเดินไปที่ลำธาร เพื่อตรวจสอบใบหน้าของตนเองอย่างละเอียด

เครื่องหน้าทั้งห้าแลดูเหมาะสม รูปโฉมบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นของสาวน้อยคนงามผู้นั้น

--- ดีมาก ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นใบหน้าของนางเอก

ผางวานรู้สึกพึงพอใจและไร้กังวลกับเรื่องนี้

ต้องรู้เสียก่อนว่าในดินแดนแมรี่ซู รูปลักษณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของชนชั้นสูง แม้ว่านางเอกส่วนใหญ่จะ “สวยล้ำเลิศ” ถึงแม้ในตอนแรกพวกนางจะมีหน้าตาอัปลักษณ์ ทว่าท้ายที่สุด พวกนางจะกลายมาเป็นคนงาม กระทั่งงามล้ำเลิศ หญิงงามที่ทารุณจิตใจและไร้ปรานีอย่างเต็มที่

หลังจากลงความเห็นกับชนชั้นของตนเอง ผางวานเริ่มต้นดำเนินชีวิตอย่างสงบภายในถ้ำ

นางเชื่อว่าในเมื่อตนเองคือนางเอก ดังนั้นจะต้องมีชายหนุ่มรูปงามมาช่วยเหลือแน่นอน ทุกอย่างก็แค่รอเวลาเท่านั้น

รอคอยอย่างสงบนิ่ง และยังคงรอคอยด้วยความสงบตลอดทั้งปี

สงบนิ่งจนถึงจุดที่ว่าปากของนางชาและหมดความรู้สึก ทั่วทั้งร่างกายซีดจางและผอมโซ แถมยังเหี่ยวแห้งเป็นพิเศษ ช่วงเวลาที่นางเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย ในที่สุดชายวัยกลางคนก็อุ้มร่างของนางที่กำลังจะตายออกจากถ้ำ

"วานวาน อาติดอยู่ในค่ายกลนางเฒ่าเทียนซาน ทำให้มาถึงล่าช้าไปหนึ่งก้าว ข้าขอโทษเจ้า!"

ท่านลุงผู้นั้นร้องไห้คร่ำครวญ แถมน้ำตายังหยดเข้ามาในปากของนางอีกด้วย

"คนผู้นี้ต้องไม่ใช่พระเอกแน่ๆ!" นี่คือความคิดสุดท้ายที่วูบเข้ามาในหัว ก่อนที่นางจะหมดสติ

เมื่อฟื้นคืนสติ ในที่สุดนางก็สามารถเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งถึงเรื่องราวและตัวตนที่แท้จริงของตนเอง -- ในชีวิตนี้นางมีนามว่าผางวาน เป็นบุตรสาวของเซิ่งกูคนก่อนของพรรคไป๋เยว่ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพราะรักหรือเกลียด เสน่หาหรืออาฆาต ทว่าเซิ่งกูคนก่อนได้นำตัวนางออกจากพรรคไป๋เยว่ไปพร้อมกัน จากนั้นทอดทิ้งนางไว้ในถ้ำภูเขาให้เติบโตเพียงลำพัง อันว่าพรรคไป๋เยว่คือพรรคนอกรีตที่ผงาดเป็นหนึ่งของยุทธภพ ด้วยธรรมเนียมที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง และยังคร่ำเคร่งเป็นอันมาก กฎของพรรคระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามิอาจขาดเซิ่งกูโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ ท่านลุงประมุขพรรคจึงใช้ความมุ่งมั่นของก๋งโง่ย้ายภูเขา[1] อดทนขุดดินสามฉื่อ กระทั่งท้ายที่สุดก็ค้นพบผางวานก่อนที่นางจะหิวตาย

ทุ่มเททำงานหนักทำให้ประสบผลสำเร็จโดยแท้

ผางวานถูกท่านประมุขพรรคนำตัวกลับมายังพรรคไป๋เยว่ จัดพิธีสืบทอด และกลายเป็นเซิ่งกูรุ่นที่ 36 อย่างเป็นทางการ

เวลานั้นผางวานรู้สึกชื่นชอบตัวตนของการได้เป็นเซิ่งกูพรรคมารจริงๆ --- ลองคิดดูสิ สัญลักษณ์นำโชคของพรรคมารอันน่าเกรงขาม ป้ายมีชีวิตที่สามารถเคลื่อนไหว ความเยาว์วัย ความงาม และอำนาจ รวมทั้งหมดไว้ในกำเดียว ดวงดาราต่างพากันส่องแสงระยิบระยับรอบดวงจันทราสุกสกาว ที่เห็นอยู่มันไม่ใช่แบบฉบับนิยายแมรี่ซูอย่างสุดๆ ไปเลยรึ?

นางรู้สึกพึงพอใจกับเรื่องราวที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ คาดหวังเป็นอันมากกับอนาคตที่ยิ่งใหญ่

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน นางค้นพบอย่างรวดเร็วว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับโลกใบนี้

มันเป็นเวลาเกือบสามเดือนนับตั้งแต่นางหวนกลับมายังพรรค ผางวานถูกประคบประหงมด้วยของล้ำค่ามากมายทุกประเภททั้งจากภูเขาและมหาสมุทร จนกระทั่งกลับมาเป็นก้อนแป้งน้อยที่มีผิวผุดผ่องและแก้มสีกุหลาบ เป็นสมบัติที่คนภายในพรรคให้การเทินทูนบูชาเป็นอย่างยิ่ง วันนั้นนางสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีลวดลายดอกไม้ มุ่งหน้าไปเรียนวิชา "วางยาพิษให้ตายทั้งตระกูล" อย่างร่าเริง กระทั่งริมฝีปากยังฮัมเพลงด้วยทำนองอ่อนหวาน: "..... แมรี่ซูซึ่งมีใจเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องอธิบายเลย แมรี่ แมรี่ ซู~~~ ในเมื่อมันต้องเป็นเช่นนี้แน่นอนอ่า แมรี่ แมรี่ ซู~~~" นี่เป็นเพลงยอดนิยมจากดินแดนแมรี่ซู ทว่าในพรรคไป๋เยว่กลับไม่มีผู้ใดร้องเพลงนี้สักคน นางคิดว่าอาจเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้อยู่ในหุบเขาลึก จึงยังขาดความศิวิไลซ์รวมถึงวัฒนธรรมทางด้านจิตวิญญาณ ดังนั้นถึงยังได้ล้าหลัง

ไกลออกไปด้านหน้า นางมองเห็นเด็กหนุ่มสวมใส่ชุดสีดำกำลังยืนหลังตรงอยู่หน้าประตู คล้ายว่าเด็กหนุ่มได้ยินเสียงเพลงจึงเงยหน้าขึ้นตามเสียง

ผางวานสบสายตากับเด็กหนุ่มคนนั้น เพียงเพื่อรู้สึกว่าได้ยินเสียงครางในอกตนเอง มันระเบิดเป็นดอกไม้ไฟเบ่งบานทุกเฉดสี

--- อา ช่างเป็นหนุ่มรูปงามอะไรเช่นนี้!

เป็นไปได้ไหมว่า เขาคือพระเอกคนแรกของข้า!

เมื่อผางวานคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของนางแฝงไว้ด้วยความแช่มชื่น ริมฝีปากคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง

ท่านผู้อ่านที่รัก พวกเราอย่าเพิ่งพูดถึงปัญหาด้านค่านิยมทางสังคมเลยว่าทำไมผางวานจึงคิดว่าเป็น "พระเอกคนแรก" แทนที่จะเป็น "พระเอก" เฉยๆ สิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสนใจในเวลานี้ก็คือ พ่อพระเอกที่ผางวานกำลังอนุมานอยู่ บัดนี้ได้ยกคมกระบี่เย็นเยียบไปยังลำคอของนางเสียแล้ว

ใบมีดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นและใกล้เข้ามาทุกที ใกล้กระทั่งความเย็นค่อยๆ แผ่เข้าไปในผิวของนาง และเฉือนเป็นทางยาว โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ

ผางวานยังคงจมจ่อมอยู่กับความยินดีที่ได้พบกับพระเอก ไม่ตระหนักถึงอันตรายที่กำลังเยื้องกรายเข้ามาแม้แต่น้อย นางพินิจเด็กหนุ่ม หลงอยู่กับภาพลักษณ์ที่เกินธรรมดาของเขา หัวใจของนางมีเพียงเสียงกลอง และเริงระบำอยู่ในความปีติยินดี -- แม้คนผู้นี้อายุยังน้อย ทว่ากลับล้ำเลิศได้ถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น สีหน้าของเขายังถมึงทึงและเต็มไปด้วยความร้ายกาจ ภายภาคหน้าเขาจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่แท้!

นางมีเหตุผลสำหรับความรื่นรมย์เช่นนี้เหมือนกัน ในดินแดนแมรี่ซู คนส่วนใหญ่ที่มีลักษณะนิสัยค่อนข้างอบอุ่นล้วนเป็นพระรองกันทั้งนั้น ไม่สามารถเอาชนะใจนางเอก และยังยากลำบากที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ชายหนุ่มยอดเยี่ยมเหล่านี้จึงลดบทบาทเป็นแค่พระรองเท่านั้น มันทำให้ผู้คนรู้สึกเจ็บใจหน่อยๆ

เด็กหนุ่มเห็นว่าสีหน้าของผางวานมิได้แปรเปลี่ยนแม้เพียงนิด ยังผลให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอันมาก เขาบิดข้อมือ ด้วยต้องการหันคมมีดโจมตีไปยังลำคอของผางวาน --- ใครก็ตามที่เป็นวรยุทธ์ย่อมมองออก เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการเอาชีวิตผางวานแน่แท้

"บังอาจ!" ทันใดนั้น เสียงตวาดดังลั่นมาจากเบื้องหลัง "ยังไม่รีบถอนกระบี่อีก!"

เด็กหนุ่มบิดริมฝีปาก มือของเขาหยุดนิ่ง ทว่าไม่ยอมถอนกระบี่ออกตามถ้อยคำเหล่านั้น

"หนานอี๋! ท่านช่างกล้านัก ถึงกับฝ่าฝืนคำสั่งของท่านประมุขพรรคอย่างโจ่งแจ้ง!"

เสียงของชายวัยกลางคนอีกหนึ่งลอยมาให้ได้ยิน มันเต็มไปด้วยการตำหนิและคำตักเตือน ทว่ายังแฝงไว้ซึ่งความห่วงใยเล็กน้อย

เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าหนานอี๋ส่งเสียงหัวเราะเย็นชา เขาหันไปหาผู้ที่กำลังข่มขู่ซึ่งเดินเข้ามา – ท่านประมุขพรรคไป๋เยว่และทูตขวา

"ท่านพ่อ ท่านจะเลือกเด็กกระจอกผู้นี้จริงหรือ? ตั้งใจจะมอบวิชาชำระล้างไขกระดูกให้แก่นาง?"

เด็กหนุ่มจ้องไปยังชายร่างสูงใหญ่ที่กล่าวโทษเขา ดวงตาดั่งเสือดาว ดุร้ายกระหายเลือด

เสมือนหนึ่งเป็นการประท้วง เขาค่อยๆ รวบรวมพลังมืด และเป็นอีกครั้งที่กระบี่เคลื่อนไปด้านหน้าสามจุด ราวกับกำลังสัมผัสถูกลำคอของผางวาน

ในที่สุดผางวานก็รู้สึกตัว นางตื่นตระหนกจนตัวแข็งทื่อ ได้แต่ค้างอยู่กับที่

"นายน้อยหนานอี๋ เซิ่งกูถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎของพรรค อัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีเพียงหนึ่ง" ผู้ที่เอ่ยปากคือทูตขวา เขาให้เหตุผลและชี้แนะอย่างอดทนด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยน "นอกเหนือจากนี้ การฝึกวิชาชำระล้างไขกระดูกมีแนวโน้วที่จะนำไปสู่การเป็นสตรีมากขึ้น มันเหมาะสำหรับสตรีมากกว่า เช่นนี้นายน้อยจะดื้อแพ่งไปเพื่ออะไร?"

เด็กหนุ่มชายตามองผางวานด้วยสายตาดูหมิ่นเต็มพิกัด "คนผู้นี้นอกจากเป็นสตรี มีส่วนไหนบ้างที่เหนือกว่าข้า? เคล็ดวิชาลับของพรรคไป๋เยว่ จะตกอยู่ในมือของเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไร้ค่าเช่นนี้ได้อย่างไร?"

"ท่านพ่อ!" เขาพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ คิ้วได้รูปดั่งกระบี่เลิกขึ้น ดวงตาดุจหงส์คมขึ้นในบัดดล

“หากวิชาชำระล้างไขกระดูกสามารถสืบทอดได้แต่เพียงสตรี หาใช่บุรุษ เช่นนี้ข้าจะรีบไปคุยกับท่านผู้อาวุโสตงฟาง ขอร้องให้ท่านช่วยเปลี่ยนข้าเป็นสตรี ไม่มีวันเสียใจและไม่มีวันกลับคำโดยเด็ดขาด!” หลังจากที่เด็กหนุ่มพ่นถ้อยความเหล่านั้นออกมาในลมหายใจเดียว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรัศมีเปล่งปลั่ง

ตึง ตึง ตึง บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกประตูต่างพากันทรุดเป็นแถว

“เหลวไหล!”

ใบหน้าของท่านประมุขพรรคเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ เครื่องหน้าบิดเบี้ยวไปหมดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม “ไอ้ลูกอกตัญญู เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเปลี่ยนจากบุรุษเป็นสตรีหมายถึงอะไร?! มันหมายความว่า ....”

“ข้ารู้ ข้ารู้” เด็กหนุ่มตัดบทอย่างเมินเฉย พร้อมกับยักไหล่โดยไม่แยแสสักนิด “ผู้อาวุโสตงฟางเคยกล่าวไว้ บุรุษกลายเป็นสตรีหมายความถึงส่วนล่างขาดหายไป และได้ส่วนบนมาทดแทน ไม่อาจเข้าพิธีแต่งงานและมีทายาทสืบสกุล ทว่าสามารถฉกตัวบรรดาชายหนุ่มที่โปรดปรานมาเป็นเพื่อนคู่เคียง แต่ละวันใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล มันเป็นอิสระและสบายใจกว่าเมื่อเทียบกับบุรุษแท้ๆ เหล่านั้น”

“ดังนั้นผู้หญิงจึงเป็นได้แค่สิ่งไร้สาระและไม่มีรสชาติ ...” เขาหันกลับไปมองผางวานอย่างเหยียดหยัน และพ่นน้ำลายใส่นาง “ข้าขอไม่สนใจดีกว่า!”

โลหิตสีแดงสดผสมน้ำลายทะลักออกมาจากปากพะงาบๆ ของผางวาน

นางรับรู้ถึงรสชาติคาวหวานจากในปาก บัดนี้ ไม่อาจบอกได้อย่างชัดเจนว่านางได้รับบาดเจ็บจากความเหี้ยมหาญของคมกระบี่ หรือถูกท่าทางอันน่าคร้ามเกรงของเด็กหนุ่มทำให้สะเทือนใจกันแน่

นางคิดว่าสิ่งนี้ผิดปกติโดยสิ้นเชิง โลกแมรี่ซูมันไม่ควรเป็นแบบนี้นี่น่า

มิใช่ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นควรต้องตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกพบ จากนั้นพวกเราก็กลายเป็นคู่รักวัยเด็กหรอกหรือ? แม้ว่าเขาจะหยิ่งผยองและใช้อำนาจขู่เข็ญขนาดไหน แต่อย่างมากสุดก็ทำได้แค่ข่มเหงรังแกนิดๆ หน่อยๆ มันควรเป็นความรักชั่วกาลนานเพียงแต่ไม่เคยเอ่ยปากเท่านั้น!

ทำไม? ทำไมเขาถึงได้พุ่งเข้ามาสังหารข้า? (ประเด็นสำคัญคือฆ่าให้ตายจริงๆ)

ทำไม? ทำไมเขาถึงต้องการเปลี่ยนเป็นผู้หญิง? (ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าจะต้องเสียอวัยวะส่วนล่างไป!)

เวลานั้นผางวานยังคงไม่รู้ ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต ในโลกของแมรี่ซู กลับใจคือฟากฝั่ง

นางได้แต่คาดคะเนด้วยความสับสนยิ่งนัก บางทีนี่อาจเป็นนิยายแมรี่ซูที่ต่างออกไปเป็นอันมาก – เมื่อสวรรค์คิดจะมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้กับคนผู้หนึ่ง อย่างแรกคนผู้นั้นจะต้องผ่านความทุกข์ใจแสนสาหัส เหนื่อยล้าเข้าไปถึงเส้นเอ็นและกระดูก อดอยากจนผ่ายผอม ยากจนแร้นแค้นไม่มีจะกิน จะกระทำการใดก็ไม่ราบรื่น ไม่สมดั่งใจหวัง ...

หลังจากเหตุเภทภัยและการต่อสู้มากมาย ผางวานได้แต่พึ่งความเชื่อข้างบนเพื่อที่จะบากบั่นและยืดหยัดต่อไป

อืม พวกเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า แท้จริงแล้วนางเป็นคนมองโลกในแง่ดีจริงๆ

___________
[1] ก๋งโง่ย้ายภูเขา 愚公移山 เป็นสำนวนจีน คล้ายๆ กับของไทยที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น


ความคิดเห็น