บทที่ ๒๙: ปู้เหยาสกุลจิน


เหมือนอย่างที่เฮ่อชิงหลูกล่าว ไม่กี่วันมานี้ผางวานไม่มีสมาธิจริงๆ


เหตุผลหลักที่ทำให้นางไม่มีสมาธิ นั่นคือการตายอย่างกะทันหันของเหมยอู่


-- ก่อนหน้านี้นางดันทุรังเชื่อมาโดยตลอด หากหญิงสาวงดงามเหมือนดอกบัวขาว อนาคตของนางจะต้องราบรื่นและง่ายดาย เวลานี้เมื่อเห็นจุดจบของเหมยอู่ ยังผลให้ความเชื่อเดิมของนางสั่นคลอนรุนแรง


ในดินแดนแมรี่ซู มันมีแคว้นมหาอำนาจชื่อ 'รักทรมานและความใคร่ลึกซึ้ง' มักเรียกสั้นๆ ว่า 'แคว้นหฤโหด' บรรดาหญิงตระกูลสูงศักดิ์ที่อาศัยอยู่ที่นั่นล้วนประหลาดยิ่งนัก ชอบเล่นบท 'เจ้าโจมตีข้าด้วยใบมีด ข้าแทงเจ้าด้วยกระบี่' 'วันนี้ถูกทิ้ง พรุ่งนี้ความจำเสื่อม' และ 'กระโดดจากหน้าผา ตายหลอกๆ เกิดใหม่และฟื้นคืนชีพ' หรือโครงเรื่องที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคลำเข็ญกับพระเอกในรูปแบบต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน ชาติที่แล้วผางวานไม่ได้มาจากแคว้นหฤโหด แต่นางรู้เกี่ยวกับรสนิยมเฉพาะของพวกเขา นางคิดในใจ หรือแม่นางเหมยอู่จะมาจากแคว้นหฤโหด? ตกหลุมรักหนานอี๋คือเรื่องปลอม แก้แค้นคือเรื่องจริง? เหมยอู่เลือกความตายในช่วงเวลาที่หนานอี๋มีความสุขที่สุด เพื่อล้างแค้นให้กับบางอย่างที่เรียกว่า 'ความอาฆาตระหว่างตระกูล' แน่นอน นางไม่ได้ตายจริงๆ แน่นอน นางจะได้พบกับหนานอี๋อีกครั้ง แน่นอน พวกเขาจะเอาชนะอุปสรรคและ 'จบอย่างมีความสุข'


แต่ไม่ว่านางจะพยายามถามหนานอี๋สักเพียงไร คำตอบเดียวที่นางได้รับคือ -- เหมยอู่ตายแล้วจริงๆ ร่างของนางถูกท่านประมุขใช้ไฟเผา (การเผาศพคือประเพณีของพรรคไป๋เยว่) ไม่เพียงเท่านั้น หนานอี๋ยังเป็นคนจัดการงานศพของเหมยอู่ด้วยตนเอง


-- ใบหน้างดงามดวงนั้นได้กลายเป็นขี้เถ้า เขายังสามารถจดจำมันได้


หนานอี๋กล่าวอย่างปวดร้าว


ผางวานไม่กล้าจุดชนวนอารมณ์เศร้าหมองของเขา ดังนั้นจึงได้แต่กลืนข้อสงสัยทั้งหมดลงท้อง


-- เป็นไปได้ไหมว่า เรื่องนี้อาจเปลี่ยนเนื้อเรื่องเป็นการเกิดใหม่? วิญญาณของเหมยอู่จะคืนชีพในร่างของสตรีอีกคน และกลับมารักกับหนานอี๋ต่อ? อิงตามกฎ 'ไม่ทรมานเลย ก็ทรมานจนตาย' ของดินแดนแมรี่ซู มีโอกาสสูงที่เหมยอู่จะฟื้นคืนชีพในร่างของหญิงสาวที่หนานอี๋เกลียดที่สุด ไม่ต้องสงสัยอีกแล้ว หญิงคนนั้นคือผางวานแน่แท้!!!


-- ชั่วร้าย! นางไม่ต้องการให้เหมยอู่ใช้ร่างของนางสั่งสอนบทเรียนแก่พระเอก เพื่อให้เปลี่ยนจาก 'เกลียดกลายเป็นรัก' ในเมื่อเส้นทางนางเอกของนางยังไม่ประสบความสำเร็จ พรรคพวกเซิ่งกูต้องมุ่งมั่นต่อไป! นางต้องปกป้องชีวิตตนเอง ไม่ยอมให้ใครมาขโมยร่างนางโดยเด็ดขาด!


ด้วยความคิดไร้สาระในใจ ระยะหลังๆ ภารกิจใหญ่สุดของผางวานจึงเปลี่ยนจากเรียนวิชายั่วยวนเป็น 'คอยมองว่าใครจะเข้ามาทำร้าย' นางเอาแต่อุปมาระแวงสงสัย และตกใจไปเอง


"เจ้ากำลังแสดงท่าทางตื่นกลัวแบบนั้นอีกแล้ว" จินปู้เหยาถอนหายใจอีกครา


ผางวานจับใบหน้าที่ค่อนข้างแข็งทื่อของตัวเอง และตอบรับด้วยรอยยิ้มมืดมัวแบบเจื่อนๆ


"วิชายั่วยวนคือการกระทำตนตามธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่ามันเป็นนิสัยของเจ้า หากเจ้าเอาแต่เตรียมพร้อมรับมือผู้อื่นแบบนี้ ใครจะยอมเปิดใจกับเจ้า?" จินปู้เหยาโบกท่อนแขนราวหยกขาวของนาง คล้ายกำลังหมดอารมณ์เล็กน้อย


"ข้าขอโทษแม่นม เมื่อครู่ข้าเหม่อลอย" ผางวานกลัวว่าสาวงามจะสะบัดแขนเสื้อและเดินจากไป ดังนั้นจึงรีบขอโทษทันทีทันใด


เคราะห์ดี จินปู้เหยาเพียงตอบกลับด้วยรอยยิ้มไร้กังวล


"เจ้ายังเด็ก ทุกอย่างจึงเขียนอยู่บนใบหน้าเจ้า" ดวงตาของนางดั่งสายน้ำ จ้องมองผางวานอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับกำลังเห็นอะไรบางอย่าง


"แม่นมมีคนที่ชอบหรือไม่?" ผางวานพลันนึกถึงเรื่องที่เฮ่อชิงหลูเคยกล่าวก่อนหน้านี้ จึงอดไม่ได้ที่จะสงสัย


"มีแน่นอน" จินปู้เหยายิ้มมั่นอกมั่นใจ อย่างน้อยนางก็ใช้ชีวิตมาแล้วครึ่งค่อนชีวิต จะไม่เคยชอบผู้ใดได้อย่างไร?


"เช่นนั้น แม่นมคงได้ครอบครองเขาแล้วใช่ไหม ท่านทั้งสองดีต่อกันไหม?" ผางวานถามด้วยคิดว่ามันสมเหตุสมผล นางนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีบุรุษไร้ตาคนใดที่สามารถปฏิเสธจินปู้เหยา


"ไม่ ข้าสละทุกอย่างที่ตนเองมี ทว่าไม่เคยได้เขามาครอง" จินปู้เหยายังคงยิ้ม นางสงบนิ่งและผ่อนคลายมาก


สีหน้าของผางวานพลันแข็งทื่อ


"จะเป็นไปได้อย่างไร?" นางถาม


"เป็นไปได้อย่างไร!" นางพูดพึมพำอีกรอบ "แม่นม ท่านงดงามมาก ทั้งยังมีวิชายั่ว ..."


จินปู้เหยาหัวเราะคิกคัก นางใช้มือหนึ่งท้าวคาง นัยน์ตางดงามจ้องตรงไปที่ผางวาน


"การยั่วยวนจะใช้ได้ผลต่อเมื่อคนผู้นั้นมีหัวใจ" นางหยิกแก้มเรียบเนียนของผางวาน น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยคล้ายเมานิดหน่อย "เด็กโง่ อย่าเป็นเหมือนข้า ตกหลุมรักชายไม่มีหัวใจ ทำให้เจ้าต้องอยู่อย่างเดียวดายชั่วชีวิต"


มองหญิงงามที่ยิ้มอิ่มเอมตรงหน้า ผางวานรู้สึกว่าหัวใจของตนบีบรัดแน่น "แต่แม่นม ยังมีคนมากมายที่หลงรักท่าน ..." ตราบเท่าที่จินปู้เหยากระดิกนิ้วเรียก ย่อมมีบุรุษที่พอคนข้างหน้าล้มลงไป คนข้างหลังก็กระโจนเข้าต่อสู้อย่างไม่ขาดสาย เพื่อให้มีโอกาสคุกเข่าลงหน้ากระโปรงนาง หากเอาพวกเขาเหล่านั้นมายืนต่อแถว มันคงยาวเกินร้อยลี้ หากคนนี้ไม่ดี เช่นนั้นก็หาอีกคน ทำไมต้องแขวนตัวเองไว้กับต้นไม้ต้นเดียว?


"เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์" รอยยิ้มของจินปู้เหยาเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ประหนึ่งดอกถูหมี[1]เบ่งบานสวยงาม "ถึงแม้โลกทั้งใบจะหลงรักเจ้า เจ้าก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เจ้าจะเปล่าเปลี่ยว เจ้าจะเฝ้าปรารถนา"


"เพราะไม่มีวันที่เจ้าจะสามารถเดินเข้าไปในหัวใจเขา"


นางกล่าวเบาๆ แววตาเผยให้เห็นความเศร้าสุดจะพรรณนา


ผางวานจ้องจินปู้เหยาอย่างตะลึงงัน สมองของนางยุ่งเหยิงไปหมด


"เด็กโง่ เจ้ายังไม่เข้าใจความรัก!" จินปู้เหยาตบแก้มยุ้ยของนางเบาๆ "เมื่อใดที่เจ้ารู้สึกปวดใจ เมื่อนั้นเจ้าจะเข้าใจได้เอง"


"แต่ข้าเคยปวดใจตั้งหลายครั้ง ..." ผางวานก้มหน้าต่ำ และแก้ตัวด้วยเสียงแผ่วเบา ยังไม่ลืมพระเอกไร้เทียมทานเหล่านั้นที่ทรยศนาง: หนานอี๋ กู้ซีจู เจ้าตำหนักเอกา องค์ชายเก้า -- ที่นางถูกเล่นงานก่อนหน้านี้ยังไม่พออีกรึ!


"จริงหรือ?" จินปู้เหยายิ้มกริ่ม และหว่านเสน่ห์เป็นพิเศษ "แต่ตามความเห็นของข้า เจ้ายังไม่ชอบใครจริงๆ สักคน!"


นางหยิบปอยผมดำขลับของผางวาน และม้วนมันเล่นเข้ากับนิ้วมือของตน “เรื่องบางอย่าง เจ้าต้องเผชิญด้วยตนเองถึงจะเข้าใจ มันจะทำให้เจ้าเติบโตขึ้นในพริบตา แต่ก็ต้องเสียค่าตอบแทนสูงเช่นเดียวกัน”


***

หลังจากส่งผางวาน จินปู้เหยาเดินไปยังห้องหนังสือด้วยย่างก้าวอ่อนช้อย


“นายน้อย” นางทักทายคุณชายสูงศักดิ์ในห้อง จากนั้นหยิบดอกบัวสีชมพูและขาวออกมา จัดมันลงในแจกันลายครามหยกขาวทีละดอก


เฮ่อชิงหลูกำลังใช้คีบแก้ปมแหเงินบนโต๊ะ เขาไม่ใส่ใจเงยหน้าด้วยซ้ำ


จินปู้เหยาหาได้สนใจ เมื่อนางปักดอกไม้ทั้งหมดลงแจกัน และจัดตำแหน่งให้สวยงาม นางหันมาหาเขาอย่างชดช้อย


“นายท่านส่งจดหมายมา” นางหยิบซองจดหมายออกจากหน้าอก “นี่”


การเคลื่อนไหวของเฮ่อชิงหลูชะงักเล็กน้อย


“หากมันเป็นของข้า ถ้าเช่นนั้น ทำไมถึงได้อยู่ในมือเจ้า?”


เขารีบจดจ่ออยู่ในโลกของแหจับปลาอีกครั้ง


“เพราะนายท่านได้มอบจดหมายนี้ให้แก่ข้า ก่อนจะออกเดินทางมาที่นี่ เขาสั่งให้ข้ารอหนึ่งเดือน จากนั้นค่อยมอบให้ท่าน”


จินปู้เหยายิ้มอ่อนหวาน ทั้งยังจริงใจเป็นพิเศษ


เฮ่อชิงหลูไม่รับจดหมาย แค่ถามอย่างเฉยเมย “จดหมายว่าอย่างไร?”


“อ่า ข้าไม่กล้าเปิดอ่าน” จินปู้เหยายังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มบนใบหน้า “นายท่านเขียนจดหมายฉบับนี้หาท่าน นายน้อย”


“อย่าพูดโกหกพกลมกับข้า!” เฮ่อชิงหลูคล้ายอารมณ์เสียเล็กน้อย “ตราบเท่าที่มันเป็นของจากมือเขา ไม่รู้ว่าเจ้าจ้องมองและสัมผัสมันกี่รอบแล้ว?” ข้าเกรงว่าเจ้าอาจแอบสูดดมและจูบมันนับครั้งไม่ถ้วน


แก้มของจินปู้เหยาปรากฏสีแดงจางๆ จากนั้นรีบยกมุมปากเป็นรอยยิ้มชวนมอง “ไอโยว นายน้อยของข้า ท่านเปิดโปงเรื่องลับของสตรีได้อย่างไร? เช่นนี้ท่านจะไม่ได้รับความรักจากหญิงสาวนะ” ระวังเถอะ ภายหน้าจะหาภรรยาไม่ได้


“ข้าไม่ต้องการของแบบนั้น” เฮ่อชิงหลูตอบด้วยอาการเฉยเมยสุดขีด “ตกลงจดหมายว่าอย่างไร?”


จินปู้เหยาเห็นเขาทำท่ารำคาญ นางแอบกลอกตาอย่างตะปัดตะป่องในใจ จากนั้นเคลื่อนไหวด้วยย่างก้าวดอกบัวพลิ้วไหว และใช้มือทั้งสองข้างวางซองจดหมายไว้บนโต๊ะ -- จะอย่างไรนี่คือจดหมายที่คนผู้นั้นเขียนด้วยตนเอง นางไม่อาจทำใจปามัน


"นายท่านกล่าวว่า หลังจากท่านอ่านจดหมายนี้ ให้กลับมาภายในสิบวัน" นางเอ่ยด้วยวาจาอ่อนโยน


เฮ่อชิงหลูตัวแข็งค้าง


"ได้" ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และแก้ปมแหในมือต่อ


จินปู้เหยาเห็นเขาเฉยเมย จึงไม่อาจหักห้ามความสงสัยของตน "ท่านตกลงง่ายๆ เช่นนี้หรือ?"


เฮ่อชิงหลูเงยหน้ามองด้วยความแปลกใจ "ทำไมข้าต้องลังเล?"


คิ้วของจินปู้เหยาขมวดมุ่น "ท่านไม่มีอาการฝืนใจที่จะไปจาก ..."


มองดวงตาของเขาที่กระจ่างใสราวน้ำพุเย็นยะเยือก นางกลืนคำพูดที่เหลือลงท้อง


"ปู้เหยาขออภัยที่ถือสิทธิ์สอดรู้ชีวิตส่วนตัวของนายน้อย" นางยิ้มอ่อนจาง จากนั้นหมุนกายกลับด้วยท่าทางสง่างาม และเดินจากไปด้วยการเคลื่อนไหวงดงามประหนึ่งดอกบัว


-- สกุลเฮ่อมีแต่บุรุษไร้หัวใจจริงๆ นางตีค่าพวกเขาสูงเกินควร


หลังจากจินปู้เหยาออกไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเฮ่อชิงหลูก็สามารถแก้ปมแหจับปลาทั้งหมดอย่างที่หวัง เขาคลี่มันออกบนโต๊ะ


ข้อศอกของเขาบังเอิญชนขวดลายครามเล็กๆโดยไม่ตั้งใจ -- นั่นคือขวดที่เขาเก็บสีเคลือบจากถุงเข็มเทพเปลวเพลิง ตอนนั้นเขาใช้ความเร็วสายฟ้าแซะมันออกมาเพียงชิ้นเล็กๆ ทว่าเจ้าของเข็มเกือบปล่อยโฮ นางเอาแต่สร้างปัญหา และแสดงอาการโกรธขึ้งใส่เขาเป็นเวลานาน


-- ข้าจะได้บอกลาหญิงน่ารำคาญ แถมยังโง่เง่าคนนี้สักที ข้าควรยินดีให้มากๆ


ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มุมปากเขาค่อยๆ ยกขึ้นอีกครั้ง


-- ฮึ่ม จินปู้เหยาคิดว่าจะมีอะไรงั้นรึ? หญิงโง่คนนั้นก็แค่เมฆที่ลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีทางเหลืออยู่ในสมองอันละเอียดแม่นยำของเขาแน่ แล้วเช่นนี้ ทำไมเขาต้องรู้สึกฝืนใจที่จะไปจากนาง?

_________


[1] ดอกถูหมี 荼蘼 เป็นดอกไม้ตระกูลเดียวกับกุหลาบ ตัวดอกเป็นสีขาว เกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอม

ความคิดเห็น