บทที่ ๓๓: หัวใจหญิงสาวเปราะบาง


ผางวานวิ่งออกจากบ้านสกุลเฮ่อ และเดินเตร่ตามทางเพียงลำพัง

นางไม่อยากกลับไปเจอหนานอี๋ แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ดังนั้นเวลานี้ นางจึงได้แต่เดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย

หนานอี๋กลั่นแกล้งนาง เฮ่อชิงหลูก็ชิงชังนาง คนหนึ่งเตะต่อยนาง ส่วนอีกคนใช้คำพูดด่าประจาน ยิ่งนางเดินไกลเท่าไหร่ นางยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเดินต่อไป ยิ่งสัมผัสถึงความอ้างว้าง

แต่นางจะไม่ร้องไห้ แม้นางต้องกัดลิ้นกลืนฟัน นางจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้สองคนนั้น

        เพราะพวกเขาไม่มีค่าเพียงพอ

ตอนนางกำลังตกอยู่ในภวังค์ รถม้าพุ่งเข้ามาทางนางด้วยความเร็วสูง ได้ยินเพียงเสียงร้องตะโกนของคนขับรถม้า ผางวานหลับไม่ทัน และถูกชนอย่างแรง

เพราะมีวิชาตัวเบา นางจึงสามารถหลบเลี่ยงอันตรายแบบเฉียดฉิว แต่ตอนนางลงบนพื้น เกิดเสียงดัง 'แครกข้อเท้าของนางเกิดพลิกโดยไม่คาดฝัน อาการเจ็บปวดรุนแรงลามไปตามกระดูกขา นางล้มลงบนพื้นและลุกไม่ขึ้น

คนขับรถม้าเป็นคนดี เขารีบยื่นมือช่วยพยุงตัวนาง พลางกล่าวว่าจะพานางไปโรงหมอด้วยกัน ผางวานเพ่งสายตา และเห็นหญิงท้องหน้าตาซีดเซียวกำลังนอนอยู่ในรถม้า นางร้องคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด หญิงชราที่อยู่ข้างกายนางเร่งอย่างกระวนกระวายใจ "เร็วเข้ารีบเข้ามาลูกสะใภ้ข้ากำลังจะคลอด!"

ผางวานพลันตระหนักว่าทำไมคนขับรถมาถึงได้ใจร้อนและไม่ดูตาม้าตาเรือ ดังนั้นนางจึงโบกมือให้เขา พลางกล่าว"ไม่เป็นไร! เจ้าไปก่อนเถอะ!หมอที่เจ้ากำลังไปหาคงช่วยข้าไม่ได้อยู่ดี

คนขับรถม้ากล่าวขอบคุณนางนับพันครั้ง ก่อนจาก เขาบอกจะช่วยแจ้งที่บ้านของนางให้ทราบเรื่อง ผางวานขัดเขาไม่ได้ ดังนั้นจึงปลดป้ายที่เอว และเอ่ย "รบกวนส่งมันไปที่คฤหาสน์สายหมอก"

พอคนขับรถม้าได้ยินชื่อคฤหาสน์สายหมอก เขาจะกล้าละเลยได้อย่างไร จึงรีบกลับขึ้นรถม้าและออกเดินทาง

ผางวานนั่งอยู่ข้างทาง ทั้งหิวทั้งหนาว นางรอคอยเป็นเวลานาน เนิ่นนานจนนางคิดว่าคงไม่มีใครมา

พระอาทิตย์ค่อยๆ ตกดินทางทิศตะวันตก ทันใดนั้น ปรากฏเงาร่างจากเส้นขอบฟ้าแสงสายัณห์  แสงสีทองสาดเจิดจ้าบนโครงหน้าเขา ทำให้คนผู้นั้นคล้ายเทพเจ้าที่ไม่น่าจะเป็นจริง

"วานวาน!" คนผู้นั้นเอื้อมมือมาหานาง และโอบกอดนางอย่างแนบแน่น เหมือนเจอของสำคัญที่ได้ทำหล่นหาย

"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?" เขาโอบไหล่นาง น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเล็กน้อย เนื่องจากความกลัวก่อนหน้านี้ยังไม่จางหาย "มีคนแจ้งว่าเจ้าถูกรถม้าชน ข้ามาทันทีที่รู้ข่าว ..."

ผางวานสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยและกลิ่นอายของชายหนุ่มที่ทำให้รู้สึกสงบ จมูกของนางเริ่มแสบทีละน้อย

-- อย่างที่คิดไว้ คนผู้นี้ดีกับนางจริงๆ

"เจ้ายังตกใจอยู่หรือ?" กู้ซีจูเห็นคนในอ้อมแขนไม่เอ่ยคำใดเป็นเวลานาน เขารีบดันตัวนางออกห่างเล็กน้อย และสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียด "บอกข้า เจ้าบาดเจ็บตรงไหน?"

ผางวานเห็นเขากระวนกระวายเช่นนี้ ในใจของนางรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากและอมยิ้ม "แค่ข้อเท้าเคล็ดเท่านั้น"

กู้ซีจูถอนหายใจโล่งอก จากนั้นขมวดคิ้วอีกครั้ง

"รุนแรงหรือไม่?" เขาย่อตัวและตรวจข้อเท้านาง ริมฝีปากของเขาขบหากันแน่น "เหมือนเจ้าจะเดินไม่ได้ ดีที่ข้าบอกให้รถม้ามาด้วย" จากนั้นเขาลุกขึ้นยืน และมองไปด้านหลัง คล้ายกำลังรอให้รถม้ามาถึง 

ตั้งแต่ต้นจนจบ มือใหญ่อันแสนอบอุ่นของเขาไม่ปล่อยผางวานสักนิด ทันใดนั้น ผางวานเกิดความคิดบางอย่าง นางพยายามรวบรวมความกล้า และเอ่ย"ท่านผู้นำ ท่านแบกข้ากลับบ้านได้หรือไม่?"

-- แม่นมเคยกล่าวไว้ หากชายหนุ่มรักหญิงสาวอย่างแท้จริง เขาจะเอาใจนางดั่งสมบัติล้ำค่า ไม่รู้ว่ากู้ซีจู ชายหนุ่มผู้นี้ที่มีตำแหน่งสูงส่ง เขาจะเต็มใจยอมรับคำขอเอาแต่ใจของนางหรือไม่?

กู้ซีจูหันกลับมา และสบประสานเข้ากับนัยน์ตามีไหวพริบและมีเสน่ห์ของนาง ยังผลให้เขาตัวแข็งทื่อเล็กน้อย

"ข้าหิว ข้าอยากกลับบ้านเร็วๆ จะได้ไปทานข้าว" ผางวานกระตุกแขนเสื้อเขา พลางพูดอุบอิบด้วยท่าทางน่าสงสาร

ประจวบเหมาะกับท้องของนางส่งเสียง 'โครกคราก' พอดี

กู้ซีจูยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"ได้" เขาตอบรับด้วยคำพูดเรียบง่ายคำเดียว จากนั้นย่อตัวให้นาง

พระอาทิตย์ตกดินยังไม่หายลับจากเส้นขอบฟ้า มือของกู้ซีจูจับข้อพับใต้หัวเข่านาง และก้าวเดินทีละก้าว

หลังของเขากว้าง กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ร่างของผางวานแนบติดกับเขาทั้งร่าง มีเพียงชั้นของเสื้อผ้าบางเบาที่กั้นระหว่างทั้งสอง นางสามารถรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นของเขา ทั้งยังได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นอย่างสงบ

ความรู้สึกชาหน่อยๆ ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด ค่อยๆ แผ่ซ่านภายในใจนาง

"เดินเร็วอีกหน่อย ข้าหิวมาก" นางแนบใบหน้าเข้ากับหลังของกู้ซีจู พวงแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำและร้อนผ่าว

ร่างของกู้ซีจูหยุดชะงักครู่หนึ่ง ทว่าอึดใจต่อมา ไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้ฝีเท้าเต็มกำลัง เขาใช้วิชาตัวเบากระโดดท่ามกลางแมกไม้ภูเขา

"อ้า! ข้ากำลังบิน! บิน!" ผางวานไม่เคยมีประสบการณ์ความเร็วเช่นนี้มาก่อน นางกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจ คล้ายว่ากู้ซีจูตอบรับท่าทางของนางด้วยความฮึกเหิม ฝีเท้าของเขาเร็วขึ้นกว่าเดิม ทิวทัศน์ทั้งสองด้านเริ่มถอยกลับประหนึ่งกระแสน้ำลง สายลมสดชื่นข้างใบหูนางพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ

โบผูกผมของผางวานไม่อาจยึดกับเส้นผมดำขลับประดุจน้ำตก สายลมแรงพัดมันออกไป

"ช้าลง! ช้าลง!" ผางวานตะโกนอย่างร้อนใจ นางใช้กำปั้นต่อยหน้าอกของกู้ซีจู

กู้ซีจูรีบชะลอฝีเท้า และร่อนลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง

"เหนื่อยหรือ?" เขาถามด้วยความเป็นห่วง ลมหายใจของเขาขัดเล็กน้อย แต่แทบไม่เป็นที่สังเกต

แก้มของผางวานแดงอีกรอบ นางคิด คนโง่ผู้นี้ เขาแบกนางวิ่งไปทั่ว ทว่ากลับถามนางว่าเหนื่อยหรือไม่ ทำไมเขาถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้!

"ท่านเดินช้าลงหน่อยข้าอยากผูกผม" นางพูดด้วยอาการเคอะเขิน น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยการวางท่าสั่งการอยู่บ้าง

กู้ซีจูส่งเสียง "อืม" และไม่ได้เอ่ยคำใดอีก เขายังคงแบกนางอย่างมั่นคงต่อไป

ผางวานใช้มือสางผมตนเอง แล้วจู่ๆ ก็ส่งเสียงหัวเราะ

"ดูท่านสิ มิใช่ว่าเหมือนวัวหรอกหรือ ถูกข้าขี่?" นางชี้ไปยังพื้นดินที่มีเงาของพวกนางอยู่ติดกัน หนึ่งใหญ่ หนึ่งเล็ก มองจากระยะไกล เหมือนวัวกับเด็กเลี้ยงวัวบนหลังของมัน

อิงจากอายุและสถานะของคนทั้งสอง ไม่ว่าผู้ใดได้ยินประโยคนี้ เขาหรือนางต้องตำหนิผางวานที่กระทำอุกอาจและขาดความเคารพยำเกรง ทว่าเมื่อกู้ซีจูมองตามนิ้วมือของนาง และเห็นเงานั้น เขาแค่ยิ้มอย่างอ่อนโยน

"ไม่เห็นเหมือนวัว เหมือนม้ามากกว่า" กู้ซีจูตอบด้วยความจริงจัง

แม้ว่าจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่ผางวานสามารถคาดเดาสีหน้ารักใคร่ของเขาในขณะนี้ เพราะได้คืบจะเอาศอก นางพยายามทำตัวเกเรยิ่งกว่าเดิม และตะโกนเหมือนผู้ควบขี่: "ไป!"

กู้ซีจูไม่กล่าวคำใด และออกตัวไปข้างหน้า เขาวิ่งด้วยความเร็วราวกับกำลังทะยานสู่ฟ้า ชุดของเขาสะบัดตามกระแสลมจนเกิดเสียง

"เร็วขึ้นเร็วขึ้น!" ผางวานหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบาน ขณะที่นางแผดเสียงร้อง นางกอดกู้ซีจูแน่นยิ่งกว่าเดิม "ไป! ไป!"

กู้ซีจูเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น เส้นผมของผางวานหลุด และปลิวสะบัดเป็นอิสระในสายลมอุ่น เสียงหัวเราะของนางประหนึ่งระฆังเงินดังก้องทั่วหุบเขา นำมาซึ่งความสุขเย็นชุ่มชื่นในฤดูร้อน

-- ข้าพบเขาแล้ว! ข้าพบเขาแล้ว! หัวใจของนางเป็นสุขจนเกือบบินออกมา

-- แม่นมจิน คนผู้นี้เต็มใจเป็นวัวเป็นม้าให้ข้า! นางแอบกรีดร้องในใจ มีความสุขที่สุด

พอกลับมาถึงบ้านพักบนภูเขา กู้ซีจูทายาให้นางด้วยตนเอง จากนั้นอุ้มนางไปที่ห้องเพื่อพักผ่อน ช่วงเวลานั้น ภายใต้สายตาโกรธแค้น ผ้าเช็ดหน้ามากมายถูกฉีกเป็นเส้นบะหมี่อีกครั้ง

"ทำตัวดีๆ นอนพักเสีย อย่าวิ่งไปวิ่งมา"

กู้ซีจูบิดผ้าเช็ดหน้าร้อน เขาค่อยๆ เช็ดเหงื่อและฝุ่นบนหน้าผากนาง

"ม้า ตัวใหญ่ ซื่อบื้อ!" ผางวานเอนกายยวบลงบนเตียง พลางเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ให้กู้ซีจู ท่าทางอิ่มเอิมใจและมีความสุขมาก ราวกับนางกำลังหัวเราะให้กับความน่าขันของเขาก่อนหน้านี้

กู้ซีจูเบิกตาโพลง บีบปลายจมูกนาง และแกล้งขู่"หากเจ้ากล้านำเรื่องวันนี้ไปบอกผู้อื่น ระวังข้าจะดึงหางจิ้งจอกน้อยของเจ้า"

ผางวานไม่กล้าตอบ นางแค่กัดริมฝีปากตนเอง และมองเขาด้วยความรักใคร่ พวงแก้มแดงระเรื่อ ดวงตาทอประกายแสง แถมยังหัวเราะคิกคักเป็นพักๆ

กู้ซีจูช่วยนางเช็ดใบหน้าจนเสร็จและล้างมือ จากนั้นเขากำชับแล้วกำชับอีก ไม่ให้นางลุกออกจากเตียงเดินไปไหน สุดท้ายเขาลุกขึ้น และเตรียมเดินออกจากห้อง

ไม่คาดคิด จังหวะที่เขาหันหลัง ได้ยินเสียง 'เพี๊ยะ' ฝ่ามือไม่รู้ที่ตายตบลงบนก้นเขา

"วานวาน!" เขาหันกลับด้วยความโกรธโหมซัดสาด ทว่าเห็นเพียงคนบนเตียงกำลังนอนปิดตาแน่น แขนขาทั้งสี่กางออก แสดงท่าทางให้เขาเห็นว่า "ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ข้าหลับสนิท" 

เพียงแต่ว่า ขนตาของนางกลับทรยศด้วยการไหวน้อยๆ ประหนึ่งผีเสื้อขยับปีก

"เจ้าเด็กเกเร!" กู้ซีจูพยายามควบคุมตัวเองอย่างหนัก ไม่ให้ส่งเสียงหัวเราะ เขายื่นมือ แสร้งทำท่าจะลงโทษนาง

จังหวะก่อนที่มือใหญ่จะสัมผัสถูกแก้มชมพู คนบนเตียงพลังกระโจนขึ้น นางคล้องไหล่เขา และตะโกนข้างใบหู"ม้าอ่า! ไป!"

ก่อนที่กู้ซีจูจะตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น ผางวานก็ลงไปนอนบนเตียงเรียบร้อย นางเอาผ้าห่มคลุมหัว และหัวเราะคิกคัก ผ้าห่มฝ้ายสั่นไหวราวกับดักแด้ ไม่จำเป็นต้องเปิดดู เขาก็รู้ว่าเจ้าตัวยุ่งกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

จะโกรธหรือตำหนินางล้วนเปล่าประโยชน์ กู้ซีจูจ้องมองนาง และเม้มริมฝีปากอย่างช่วยไม่ได้

ผางวานหัวเราะเป็นเวลานาน ทว่าก็ยังไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากเขา จึงอดไม่ได้ที่จะดึงผ้าห่มลง และแอบมองด้านนอกอย่างระมัดระวัง

เหลือบตามองแค่ทีเดียว ก็พบกับนัยน์ตาดำล้ำลึกที่คล้ายจะยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม

"ยอมออกมาแล้วหรืออยู่ในนั้นหายใจออกรึ?" กู้ซีจูจงใจตีหน้าขรึมเพื่ออบรมนาง

ตอนนั้นเองที่ผางวานรู้สึกว่าอากาศดีขนาดไหน นางรีบสูดอากาศเข้าปอด: "หายใจไม่ออกจริงๆ ด้วย!"

"ยามจื่อ[1]แล้ว แต่เจ้ายังเล่นอยู่อีก?" กู้ซีจูเกือบหลุดเสียงหัวเราะ เขาต้องใช้แรงมหาศาลเพื่อตีสีหน้าตึงเครียด "เร็วเข้า รีบเข้านอน!"

เขาดุนางด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง

ผางวานพลิกตัวไปมา พยายามต่อสู้ดิ้นรนครู่หนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็ยอมปิดดวงตา

กู้ซีจูนั่งข้างเตียงและมองนาง เขาเหน็บผ้าห่มให้นางเป็นพักๆ

ลมหายใจของคนบนเตียงเริ่มสงบทีละน้อย คล้ายนางกำลังหลับสนิทจริงๆ

เขารอคอยอีกสักพัก จากนั้นก้มตัวจูบแก้มของนาง แล้วค่อยออกจากห้อง

แสงจันทร์เป็นประกายประหนึ่งแม่น้ำแวววาว  พวงแก้มดั่งหยกขาวเนื้อดีของหญิงสาว ค่อยๆ เผยให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นางกำลังฝันดี หรือตลอดมา นางยังไม่หลับกันแน่?


_____________

[1] ยามจื่อ  ช่วงเวลาระหว่าง ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง



ความคิดเห็น