บทที่ ๓๐: กับดักสาวงาม


ระยะหลังๆ มานี้ แววตาของผางวานที่ใช้จ้องมองกู้ซีจูประหลาดเล็กน้อย มันเหมือนหมาป่าชั่วเห็นหมูอ้วน เสือร้ายเห็นกระต่ายป่าอ้วนจ้ำม่ำ เผยให้เห็นแสงสีเขียวจางๆ อันน่าสยดสยอง -- นางอยากกระโจนเข้าใส่ท่านผู้นำ แล้วใช้กรงเล็บตะกุยเสื้อผ้าเขาจริงๆ!


"เจ้าควรสำรวมกิริยามารยาทเอาไว้บ้าง" หนานอี๋ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป และกล่าวเตือน


ด้วยเสียงดัง 'ฟรึบ' น้ำลายที่เกือบหยดถูกเช็ดไป ผางวานถอนสายตากลับมาด้วยความเศร้าหมอง


"ท่านลองบอกมาสิ เขาฝังป้ายหยกอาญาสิทธิ์ไว้บนร่างกายของตนจริงๆ หรือไม่?"


ขณะที่นางดึงสายตากลับมาจากนอกหน้าต่าง ผางวานจับตาดูไฟหม้อยา รู้สึกไม่ยอมจำนนระหว่างพึมพำถ้อยความนี้


"ข้าจะรู้ได้อย่างไร? ข้าไม่ใช่เขา!" หนานอี๋ยุ่งอยู่กับการจัดเรียงสมุนไพรล้ำค่ากองใหญ่ในมือ สีหน้าของเขาไม่ค่อยดี "เจ้าพัดช้าเกินไป! ตอนกลางวันไม่ได้กินอะไรรึ?"


"ได้ ได้ ได้ เอาแต่หาเรื่องข้า!" ผางวานทำปากยื่น รู้สึกไม่ดี จึงออกแรงโบกพัดใบปาล์มที่อยู่ในมือเต็มกำลัง


"ข้าตัดสินใจแล้ว!"


จู่ๆ นางก็เงยหน้า ท่าทางหนักแน่นราวกับตัดสินใจเด็ดขาด ว่าจะขจัดปัญหาทุกอย่าง "ข้าจะไปแอบดูเขาอาบน้ำ!"


"กร๊อบ" โสมหิมะร้อยปีในมือหนานอี๋หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย


"เจ้ามีสมองหรือไม่? ปัญญาอ่อนหรืออย่างไร!" เขาใช้สีหน้ายากจะปักใจเชื่อสำรวจนาง "แค่แอบดูผู้ชายอาบน้ำ เจ้ามั่นใจว่าตัวเองสามารถมองเห็นทุกส่วนของร่างกายเขาหรือ? หากเจ้าอยากดูภาพทุกส่วนของร่างกายเขาโดยปราศจากข้อกำจัดใดๆ มันมีอยู่วิธีหนึ่ง ..." จู่ๆ เขาก็หยุดพูด


"วิธีไหน?" ผางวานหันมามองหน้าเขา ใบหน้าแดงระเรื่อเต็มไปด้วยความตื่นเต้น


เห็นท่าทางคาดหวังอย่างไร้เดียงสาของนาง 'อึก' หนานอี๋กลืนน้ำลายลงคอ


"ทำเรื่องอย่างว่าระหว่างชาย-หญิงกับคนผู้นั้น"


ครู่ต่อมา เขายกถ้วยชาร้อนขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนอาการเก้อเขินของตน


"ตุบ!" พัดใบปาล์มร่วงตอบสนองคำพูดเหล่านั้น


"ใช่แล้ว!" ทำไมข้าคิดไม่ออกว่ายังไม่วิธีนี้อยู่?!" ดวงตาของผางวานเป็นประกายขณะนางขึ้นไปยืนบนม้านั่ง มือทั้งสองข้างเท้าสะเอว แล้วหัวเราะเสียงดังอย่างเหี้ยมหาญ: "ว่ะ-ฮา-ฮา!"


"พรูดดด" หนานอี๋พ่นชาร้อนจากปาก


"เจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องระหว่างชาย-หญิงคือสิ่งใด?!" ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปหมด ส่วนมือที่กำลังถือถ้วยชาก็เริ่มสั่นเล็กน้อย


ผางวานมองเขาด้วยสีหน้าดูแคลน: "แท้จริงแล้วข้ารู้เยอะแยะเชียวละ! มันก็แค่การร่วมคู่ไม่ใช่หรือ? จะมีปัญหาอะไร?!" ไม่เพียงแต่เรื่องราวระหว่าชายกับหญิง แต่มันยังมีชายกับชาย หรือแม้แต่หญิงกับหญิง นางเข้าใจแทบทั้งหมด -- ใครใช้ให้ดินแดนแมรี่ซูมีคนที่ชื่นชอบรสนิยมหนักหน่วงเช่นนี้?


สีหน้าของหนานอี๋แข็งทื่อ เขาเอื้อมมือไปคว้าตัวผางวาน ประหนึ่งนกอินทรีคว้าลูกเจี๊ยบ และยกตัวนางขึ้นตรงหน้า


"เจ้าโง่! ต้องทำให้ข้าโกรธจนตาย เจ้าถึงจะเป็นสุขใช่ไหม?!" เขาจ้องนางอย่างดุร้าย เส้นเลือดบนหน้าผากนูนออกมาอย่างชัดเจน ข้อนิ้วของเขายังส่งเสียง กร๊อบ กร๊อบ "โง่เง่า! สมองหมู!"


ผางวานถูกเปลวเพลิงเดือดดาลบ้าคลั่งของเขาแผดเผาจนตัวสั่นไปหมด ทว่าริมฝีปากของนางยังไม่ยอมแพ้: "ความจริงแล้วกับดักสาวงามเป็นเรื่องธรรมดามาก ..."


"เจ้าถือว่าเป็นสาวงามอย่างนั้นหรือ?" หนานอี๋หัวเราะเย็นชา แล้วปล่อยมือ 'ตุบ'


ผางวานร่วงลงบนพื้น ราวกับว่าวถูกตัดสาย สภาพหมดท่าโดยสิ้นเชิง


"เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นสาวงามแบบไหน?!" เขาใช้ปลายเท้าเตะนาง มันไม่ถือว่าเป็นการโจมตีรุนแรง แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี


ผางวานชินกับการเตะต่อยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของหนานอี๋ตั้งนานแล้ว นางค่อยๆ ปีนขึ้นมาโดยไร้เสียง จากนั้นเช็ดฝุ่นบนใบหน้าลวกๆ


"ข้าไม่ต้องการให้ท่านมาสนใจ!" นางแผดเสียงใส่เขา ดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะหันกายกลับและวิ่งออกไป


***

ลูกค้าสูงศักดิ์ที่มายังหอฉีเซียงวันนี้ คือคุณชายเจ้าเสน่ห์ ที่มีรูปร่างเล็กและบอบบาง แถมยังมีผ้าคลุมปิดหน้า -- ในเมื่อคนผู้นี้ยืนกรานว่าตนเองเป็นคุณชาย แม่เล้าก็ได้แต่เข็นเรือตามน้ำ[1] ไม่ว่าอย่างไรคนมีเงินคือเจ้านายใหญ่


คุณชายเจ้าเสน่ห์เรียกหาหญิงงามเมืองไป๋ซวงอย่างเต็มภาคภูมิ แถมยังมีน้ำใจนำนางไปที่รถม้าด้วยตนเอง


"บางทีอาจเป็นสาวใช้จากตระกูลร่ำรวย ที่ออกมาหาอาหารให้นายของตนกระมัง!" แม่เล้ามองรถม้าที่ไกลออกไปขณะหัวเราะคิกคัก เรื่องราวเช่นนี้นางเห็นมานักต่อนัก และไม่มีอาการตื่นตระหนกตั้งนานแล้ว


ค่ำคืนเดียวกันนั่นเอง หลังจากกู้ซีจูจัดการงานประจำวันเสร็จสิ้น เขาเดินไปตรวจอาการไป่เสี่ยวเซิง พอพบว่าทุกอย่างคงที่ สุดท้ายเขากลับไปทานมื้อเย็น


ถึงแม้เขาจะเป็นผู้นำยุทธภพ แต่เขามีนิสัยรักสันโดษ หากว่าเขากลับดึกดื่น ก็มักทานมื้อเย็นคนเดียวเป็นประจำ ไม่ต้องการจะรบกวนผู้อื่น


เมื่อเขากลับมาที่ห้อง อาหารถูกเตรียมให้พร้อมสรรพ สิ่งที่อยู่นิ่งบนโต๊ะคือ ปลา เนื้อ ผักสด และข้าว ทั้งยังมีเหยือกสุราอุ่น เขาหยิบตะเกียบเพื่อชิมรสชาติ มุมปากเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มพอใจ -- ดีมาก รสชาติอ่อนเหมือนเคย


อาหารมื้อนี้รสชาติถูกปาก เขาค่อยๆ เคี้ยวค่อยๆ กลืน ไม่ทันรู้ตัว อาหารก็ถูกกวาดจนเรียบ ไม่เหลือกระทั่งสุราสักหยด


โบกมือเรียกสาวใช้ให้เก็บจานชาม จากนั้นเขาจุดตะเกียงบนโต๊ะ และค่อยๆ อ่านผ่านตัวอักษรบางตัวภายใต้แสงอบอุ่นสีเหลือง


ท่ามกลางราตรีสงบเงียบ กับแสงไฟดวงหนึ่งที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่ว


หน้าแล้วหน้าเล่า เปลือกตาของเขาค่อยๆ หนัก เขาฝืนตัวเองให้ตื่น แต่จนใจที่สมองของเขากระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ทั้งยังเริ่มมึนงงสับสน


บานประตูพลันแง้มออก


หญิงสาวชุดขาวที่มีผ้าคลุมหน้าเดินเข้ามาในห้อง ยามนางเดินเนิบนาบมาหาเขา ชุดของนางพลิ้วไหวเป็นสายลมเย็นสบาย


"ทำไมท่านถึงได้เมาขนาดนี้?" ท่อนแขนราวหยกของหญิงสาวยึดตัวชายหนุ่มที่ใกล้จะล้ม นางขมวดคิ้วเล็กน้อย


-- นางคำนวณเวลาที่ยาจะออกฤทธิ์ไว้เป็นอย่างดี ทว่าอดไม่ได้ที่จะคิด คนผู้นี้เมาเสียขนาดนี้ ไม่รู้จะกระทบแผนการหรือไม่?


กู้ซีจูเมินคำถามของนาง เขาเงยหน้า และมองนางด้วยสีหน้าหลงใหล ถึงกับยื่นมือออกมาสัมผัสใบหน้านาง


"เจ้าโกรธหรือ?" เขาถามนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ประหนึ่งสุรายอดเยี่ยมที่บ่มมาร้อยปี มึนเมาทว่าอ่อนหวาน "ทำไมเจ้าถึงโกรธ?" เขาลูบไล้หว่างคิ้วนาง ราวกับต้องการคลึงรอยย่นเล็กน้อย


"ก็แล้วทำไมท่านจึงดื่มมากมายเพียงนี้?" หญิงสาวต่อว่า คล้ายโกรธแต่ก็ไม่ได้มีอาการโกรธจริงๆ นางเดินมาด้านหน้าเพื่อยึดไหล่เขา "มาเถอะ ตามข้าไปพักผ่อน"


กู้ซีจูยิ้ม ทว่าไม่ได้เอ่ยคำใด เขาปล่อยให้นางนำเขา เพียงแต่ จากมุมที่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็น สายตาละเอียดรอบคอบคู่นั้นได้กวาดผ่านเส้นผม คิ้ว ดวงตา และริมฝีปากของนาง


"ท่านตัวหนักเกินไป ..." หญิงสาวไม่เคยแบกใครมาก่อน และเวลานี้ได้แต่ใช้วิธีลากกระสอบแบบดั้งเดิม โหมดึงตัวชายหนุ่มไปที่เตียง "น่าจะเตือนท่านให้กินข้าวน้อยๆ หน่อย ..." นางบ่นพึมพำเบาๆ


ได้ยินเพียงเสียง 'ตุบ' ชายหนุ่มที่จู่ๆ ก็เมาโซเซ และสองคนซึ่งพัวพันกันอยู่ล้มลงบนเตียง ม่านหลุดออกมาอย่างแรงด้วยเสียงดัง ‘หวืด’ ผ้าคลุมขาวราวหิมะพลันปกคลุมเตียงทั้งหลัง ด้วยเหตุนี้ โลกจึงถูกแยกเป็นสองส่วน


นอกม่านคือความเปล่าเปลี่ยวเงียบเหงา ส่วนภายในม่านคืออ้อมกอดใกล้ชิดประดุจฝันหวานในฤดูใบไม้ผลิ


“เจ้าเป็นห่วงข้า? แท้จริงแล้วเจ้าเป็นห่วงข้า?”


ร่างทั้งสองราวถูกร้อยรัดหากันจนแน่น ไม่เหลือช่องว่างแม้แต่น้อย กู้ซีจูโอบรอบเอวหญิงสาวสนิทแน่น พลางเอาแก้มแนบกับนางระหว่างกระซิบแผ่วเบา


หญิงสาวชาไปทั้งร่าง เนื่องจากลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่ม ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองกลับ นางพยายามผลักเขาออกห่าง ทว่าสุดท้ายได้แต่ปล่อยแขนลง และวางไว้บนเอวของเขา


“พูดจาไร้สาระอะไร? แน่นอน ข้าย่อมเป็นห่วงท่าน” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวลประหนึ่งนกขมิ้น ขณะเดียวกันก็ยังไม่ลืมตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ


ทันใดนั้น ข้อมือของนางถูกชายหนุ่มคว้าไว้อย่างกะทันหัน


“เจ้าโกหก!” กู้ซีจูยันลำตัวครึ่งหนึ่งขึ้นมาอย่างแรง ดวงตาคู่นั้นที่จ้องนางเต็มไปด้วยเมฆโทสะซึ่งกำลังตั้งเค้า


“เจ้าไม่เคยเป็นห่วงข้าสักนิด! เจ้ามักเกรงกลัวข้า ตำหนิข้า ต่อต้านข้า และแทบทนรอไม่ไหวจะหนีไปจากข้า ไม่ใช่หรือ?” เขาขบฟันแน่นขณะกล่าวโทษ ทว่าภายใต้สีหน้าของเขา มีบางส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความอ้างว้าง


หญิงสาวตื่นตะลึงเล็กน้อย พวงแก้มฉาบไปด้วยสีชาดเพราะอารมณ์หวั่นไหว


“ข้าไม่ ...” นางตอบอย่างยอมจำนน ขนตาหนาค่อยๆ กระพือ เมฆสีแดงอมชมพูพลิ้วไหวอย่างงดงามบนใบหน้าขาวราวกระเบื้องเคลือบของนาง “ท่านกำลังเข้าใจผิด ...”


"เข้าใจผิด? เข้าใจอะไรผิด?" เสียงของกู้ซีจูสูงขึ้น จากนั้น จมดิ่งสู่อาการหมดอาลัยตายอยากอีกครั้ง "เจ้ารู้หรือไม่ วันนั้นยามเจ้าเอาแต่พูดว่าข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า คำพูดที่ออกมาจากโทสะ ทำให้ข้าปวดใจขนาดไหน?"


กั้นกางด้วยผ้าคลุมหน้า เขาใช้นิ้วโป้งลูบใบหน้าละเอียดอ่อนของหญิงสาวอย่างช้าๆ


"ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก" เขาขมวดคิ้ว ดวงตามืดมัวและเศร้าโศก "ที่เจ้าพูดเช่นนั้น ทำให้ข้าเสียใจมาก"


ได้ยินเพียงเสียง 'หวืด' ผ้าคลุมหน้าที่น่ารำคาญถูกดึงออกอย่างรวดเร็ว เครื่องหน้าสวยสดหยดย้อยเปิดโล่งโดยไม่อาจกันเอาไว้


นัยน์ตาของหญิงสาวมีร่องรอยตระหนกวูบผ่าน


ลมหายใจของนางหยุดชะงัก ไม่กล้าปล่อยลมหายใจสักนิด ทั้งทั่วร่างแข็งทื่อราวน้ำแข็ง


กู้ซีจูโยนผ้าคลุมหน้าไปด้านข้าง เขาเพ่งมองอย่างพินิจครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายอ้อมแขนที่กักตัวนาง รอยยิ้มคล้ายครึ่งหลับครึ่งตื่น


"เจ้ากลัวข้า?" เขาพึมพำด้วยความไม่พอใจ "ทำไมเจ้าถึงกลัวข้า? เจ้าคิดว่าข้ากินผู้อื่นงั้นหรือ?" ขณะกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ เขาโน้มตัวลงมา คล้ายกำลังจะจุมพิตยอดรัก


หญิงสาวปิดตาและกัดฟันแน่น นางเอื้อมมือไปเกี่ยวลำคอเขา แล้วพลิกตัวเพื่อกดร่างผู้รุกราน -- ประหนึ่งผู้บุกรุกตัวเมือง ลงมือโจมตีก่อน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อได้เปรียบ


"ข้าไม่ได้กลัว ข้าชอบท่านมาก!" ลมหายใจดั่งดอกกล้วยไม้ของนางแนบชิดใบหูเขา จากนั้นด้วยความคิดของนักรบตัดข้อมือ[2] นางรีบประทับจุมพิตบนใบหน้าเขา


กู้ซีจูตัวแข็งทื่อ


สีหน้าของเขาคล้ายไม่อยากเชื่อสุดขีด เขายกมือสัมผัสตรงบริเวณที่หญิงสาวจูบ ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย


"... นี่คือความฝัน" เขาเหม่อมองนิ้วมือตนเอง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความว่างเปล่าและขมขื่น "นี่คือความฝันแน่แท้ หาไม่แล้ว เจ้าจะจูบข้าได้เช่นไร?"


เห็นเขาประหลาดใจครู่หนึ่ง ยินดีในครู่ต่อมา และสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นท่าทางสูญเสีย หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ


-- คนผู้นี้ก็เป็นประเภทรักลึกซึ้งรุนแรงอ่า


"ใช่แล้ว นี่คือความฝัน" นางยืดมือไปโอบกอดเขาแน่นกว่าเดิม จมูกเล็กน่ารักแทบติดกับแก้มเขา


"ท่านรังเกียจความฝันนี้หรือ?" นางประหม่าเล็กน้อย จึงเลียริมฝีปากตัวเองอย่างช่วยไม่ได้


"รังเกียจ?" หัวใจของกู้ซีจูเต้นกระหน่ำ ขณะทวนคำพูดของนาง


"ข้าเกลียด เกลียดที่ก่อนหน้านี้ทำไมเจ้าไม่ให้ข้าฝันเช่นนี้?" เขาส่ายหน้าและยิ้มอย่างตรอมตรม ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าวังเวง


ราวกับหินก้อนใหญ่ถูกยกออกจากอก หญิงสาวแย้มยิ้มเจิดจ้า ขณะที่นิ้วมือทั้งสิบของนางยืดออก และค่อยๆ ผลักดันชายบนเตียง


"ในเมื่อท่านไม่รังเกียจความฝันนี้ ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาทำความฝันให้เหมือนจริงยิ่งกว่านี้เป็นไร?"


นางเกลี้ยกล่อมอย่างละมุนละม่อม มือคู่นั้นค่อยๆ วนรอบปกคอเสื้อ


"... ตราบเท่าที่เจ้าเต็มใจ" ใบหน้าของกู้ซีจูแดงซ่าน ท่าทางสับสน ดวงตาเป็นประกายคล้ายระลอกคลื่น


"ทำตัวดีๆ ฟังที่ข้าพูด ท่านต้องอยู่นิ่งๆ"


หญิงสาวลิงโลดใจ นางลงมืออย่างคล่องแคล่ว และปลดเสื้อผ้าไหมของชายหนุ่ม เผยให้เห็นผิวสีทองสัมฤทธ์และก้อนเนื้อมัดใหญ่ ลำคอ หัวไหล่ ท่อนแขน ท้อง ... นางสำรวจเขาอย่างเอาจริงเอาจังและละเอียดถี่ถ้วน ไม่เว้นแม้แต่สะดือ ทว่าลงท้ายกลับไม่เจออะไรสักอย่าง


หรือว่ามันซ่อนอยู่ส่วนล่าง? หญิงสาวทั้งโมโหทั้งกังวล ทนรับไม่ได้จนต้องก่นด่าในใจ -- เลวทราม!


ในตอนที่นางเตรียมปลดสายคาดเอวของเขา ทว่าลำแขนเรียวแข็งแกร่งพลันโอบรอบไหล่นาง และดึงร่างน้อยของนางเข้าสู่อ้อมกอดเขา


"ร้อน ร้อนมาก" บางทีเวลานี้ยาอาจออกฤทธิ์เต็มที่ ลมหายใจของกู้ซีจูเริ่มหนักหน่วง หน้าอกแข็งแรงของเขาไหวขึ้นลง หยาดเหงื่อเป็นประกายไหลลงมาจากหน้าผากเขา ชั่วขณะนี้ เขาไม่ใช่ท่านผู้นำยุทธภพที่ยืนอยู่เหนือฝูงชน แต่เป็นเพียงนาข้าวที่กำลังจะถูกแผดเผาจนแห้งแล้ง รอคอยความชุ่มชื่นหอมจรุงใจจากสายฝน


หญิงสาวตื่นตระหนกกับการกระทำอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขา นางโน้มกายไปที่ใบหูเขาและพูดปลอบ: "ทำตัวดีๆ รอข้าอาบน้ำก่อน" พอพูดจบ นางผละหนีอย่างว่องไว


-- เวลาผู้ชายเกิดอารมณ์มันน่าสยองจริงๆ โชคดีที่ย่าผู้นี้หลักแหลม ได้เตรียมหญิงงามเมืองไว้ล่วงหน้า


ไม่คาดคิด พอเท้าทั้งสองสัมผัสถูกพื้น จู่ๆ กลับมีลมแรงจัดปะทะตัวนาง และหญิงสาวถูกแรงมหาศาลดึงกลับมาที่เตียงอย่างกะทันหัน กระแทกเข้ากับหน้าอกแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่ด้านหลัง


"ท่านจะทำอะไร?!" จากการชนเมื่อกี้ ทำให้นางแทบเห็นดาว ผางวานขบฟันแน่น เกือบคุมอารมณ์ไม่อยู่ "ข้าแค่จะไปอาบน้ำ ใช่ว่าจะไม่กลับมาสักหน่อย!" ในเมื่อเขารับยาเข้าไปแล้ว ยามหญิงงามเมืองปีนขึ้นเตียง เขาก็ยังคงมองเห็นคนผู้นั้นเป็นยอดรักของตนอยู่ดี


ผู้ที่กำลังกอดรัดนางกลับหัวเราะอย่างฉับพลัน


"ไม่ ข้าไม่เชื่อเจ้า" ชายหนุ่มที่ตกอยู่ในความใคร่ เขาซุกหน้าเข้ากับลำคอของหญิงสาว ใช้ปลายจมูกโลมเล้านาง "เจ้ามักทิ้งข้าทุกคราวที่เจ้าพอใจ เจ้าไม่เคยอาลัยอาวรณ์ข้าสักนิด -- ใช่หรือไม่ วานวาน?"


ฉวยโอกาสจู่โจมในยามที่นางไม่ทันระวังตัว เขาขบกัดตัวนาง


ทันทีที่คำพูดสุดท้ายหลุดออกมา หญิงสาวราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายติดขัดไปทั้งหมด

_________


[1] เข็นเรือตามน้ำ 顺水推舟 เป็นการอุปมาว่า ดำเนินการตามสถานการณ์ที่เป็นไป
[2] นักรบตัดข้อมือ 壮士断腕 เป็นสุภาษิตของจีน มาจากนิทานเรื่องที่นักรบรีบตัดข้อมือตนเอง หลังจากถูกงูพิษกัด เพื่อป้องกันไม่ให้พิษไหลไปทั่วร่าง สุภาษิตเรื่องนี้สอนว่า ทำอะไรไม่ควรลังเล ต้องตัดสินใจฉับไว


ความคิดเห็น