บทที่ ๑๙: ข้าคือสาวใช้ A


เฮ่อชิงหลูเป็นคนน่าพิศวงมาก


คฤหาสน์ของเขาใหญ่โตเช่นเดียวกับมาดของเขา ตระกูลของเขาก็ล้ำลึกไม่ต่างกับบุคลิก 'เข้ากันได้ยาก' ของเขา


"ครอบครัวของเจ้าร่ำรวยจริงๆ เสียด้วย!" ฉวยโอกาสตอนสาวใช้ทายาให้นาง ในที่สุดผางวานก็ปิดปากได้ หลังจากกรามของนางเกือบร่วงลงมา


ไม่ใช่เพราะนางไม่เคยเห็นโลกกว้าง ในฐานะเซิ่งกูพรรคไป๋เยว่ ทั้งยังเคยปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่านผู้นำยุทธภพตั้งหลายเดือน หากพูดตามหลักเหตุผล นางเคยเห็นสมบัติหายากมากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นสิ่งก่อสร้างซึ่งแยบยลและประณีตงดงามแบบนี้ -- เก้าอี้ยาวธรรมดา มีหกปุ่มเรียงเป็นแถวอยู่บนโต๊ะ แต่ละปุ่มเพื่อควบคุมหน้าที่ต่างกัน สวิตซ์เปิดปิดประตู ยกตั่งพักเท้าขึ้นลง จุดและดับเทียนไข ยกมุ้งขึ้นลง เรียกบ่าวรับใช้ เข้าไปในที่เก็บของใช้ หกการทำงานอันยอดเยี่ยม!


-- ทั้งหมดใช้รีโมท คอนโทรล! มารดามันสิ! มันมีรีโมท คอลโทรลในนวนิยายกำลังภายใน! นี่ยังไม่เอ่ยถึงเบาะที่มีระบบนวด!


ผางวานตกตะลึงอย่างแท้จริง


เฮ่อชิงหลูนั่งดื่มน้ำชาอยู่ด้านข้าง เขาฟังคำสรรเสริญของนาง ทว่าไม่แม้แต่จะส่งเสียงจากลำคอสักนิด


เมื่อผางวานเห็นว่าเขาไม่เต็มใจยุ่งกับนางตั้งแต่ต้นจนจบ จึงอดไม่ได้ที่จะหมองใจเล็กน้อย


คุณชายเฮ่อซึ่งแต่งตัวอย่างเหมาะเจาะสวยงามคนนี้นี่ เขาดีไปหมดทุกอย่าง เสียอย่างเดียว ขี้อายเกินไปหน่อย! ตอนเขาแอบดูนางที่ถนนใหญ่ ชัดเจนว่าเขาเร่าร้อนเป็นไฟ แถมเมื่อกี้ยังบุกไปข้างหน้าโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตนเอง (?) และส่งคนไปช่วยเหลือนางจากเงื้อมมือมารสังคมเหล่านั้น แต่ทำไมพออยู่ต่อหน้าคนภายนอก เขาถึงได้สวมท่าทางเย็นชา “เจ้าไม่เกี่ยวอะไรกับข้า” แบบนี้?


หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ นางตัดสินใจว่าเพื่อเห็นแก่ใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายเฮ่อ นางจะให้อภัยเขาชั่วคราว


ไอโยว นั่นเป็นเพราะเขาหล่อจริงๆ อ่า


“รบกวนแม่นางถอดเสื้อผ้าด้วย?” นิ้วมือทั้งสิบอันขาวผ่องและอ่อนนุ่มของสาวใช้ยื่นออกมาหานาง และเกาะเกี่ยวปกเสื้อของผางวาน


“เจ้าคิดจะทำอะไร?” ผางวานถอยหลังด้วยอาการตื่นตัว พลางปกป้องปกเสื้อของตนเอง


“ตามร่างกายของแม่นางมีบาดแผล บ่าวจะช่วยแม่นางทายา” สาวใช้เตือนนางด้วยอากัปกิริยาดีงาม น้ำเสียงของนางอ่อนโยนและอ่อนหวาน “สำหรับผู้หญิงแล้ว ผิวพรรณถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง”


ผางวานสัมผัสเกราะไหมฟ้าที่ตนเองสวมใส่อยู่ และส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธ “ไม่จำเป็น วางยาเอาไว้ ข้าจะทาเอง”


สาวใช้หันกลับไปมองเฮ่อชิงหลู เห็นเขายังมีสีหน้าปกติ จึงค่อยๆ ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเช่นนั้นบ่าวไม่รบกวนแล้ว ยาอยู่ตรงนี้ บ่าวจะไปเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้แม่นางเปลี่ยน” พอพูดจบ นางหมุนกายกลับ และเดินจากไปด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม


ยามเห็นท่าส่ายพริ้วของนาง ผางวานคิดกับตัวเองในใจ เกรงว่าสาวใช้เช่นนี้คือ ‘ประเภทละมุนละไม’ แบบที่กู้ซีจูชื่นชอบ สีหน้าของนางมืดครึ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ บางอย่างในใจเริ่มถูกกวนขึ้นมา


“เจ้ายังซ่อนอะไรอย่างอื่นไว้บนตัวอีก?”


ภายในห้องอันวังเวง จู่ๆ เสียงของเฮ่อชิงหลูก็ดังขึ้น มันชัดเจนและเย็นชาเป็นพิเศษ


“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าซ่อนอะไรอย่างนั้นหรือ?!” ผางวานไม่อยู่ในอารมณ์จะเหลือบมองเขา ทว่าอึดใจต่อมา สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนขนานใหญ่ “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า ‘อย่างอื่น’?” หรือเจ้าหนูคนนี้จะค้นพบอะไรบางอย่างบนตัวนาง?


เฮ่อชิงหลูจ้องนาง และยื่นมือขวาที่กำไว้ครึ่งหนึ่งมาทางนาง


“คำนวณผิดบนพื้นที่ไร่น่า วัชพืชรกชัฏไปทั้งหมด ที่ซึ่งลมฤดูใบไม้ผลิ เพื่อเพาะพันธุ์กล้วยไม้ป่า?”
(เป็นกลอนสมัยราชวงศ์ถัง แต่งโดยหลิวซาง (ขออภัยที่ผู้แปลไม่สามารถแปลให้คล้องกันได้))


มือขวาของเขาค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นดอกกล้วยไม้เล็กจิ๋วสีเงินบนฝ่ามือ


“นึกไม่ถึง เจ้าจะเป็นคนของพรรคไป๋เยว่”


เฮ่อชิงหลูเอ่ยคำนี้ทีละคำอย่างช้าๆ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มดูแคลนสุดขีด


ดวงตาของผางวานเบิกกว้าง


นางสูดลมหายใจลึก


“ไอ๊หยา! เป็นดอกกล้วยไม้น้อยที่สวยมาก! คุณชาย เจ้าไปหาซื้อสิ่งนี้จากไหนหรือ?”


ครู่ต่อมา นางเอียงคอมองดอกกล้วยไม้ ขณะทำเป็นแปลกใจ น้ำเสียงของนางชัดเจนและดังกังวาน รอยยิ้มก็น่ารักอ่อนหวาน ความใสซื่อบริสุทธิ์สิบเต็ม


เฮ่อชิงหลูไม่คาดคิดว่านางจะแสร้งทำเป็นโง่ จึงตะลึงงันเล็กน้อย


“เจ้ามองไม่ออกอย่างนั้นหรือ? นี่คือสิ่งที่เจ้ามอบให้ผู้อื่นตอนอยู่ในภัตตาคาร” คิ้วได้รูปดั่งกระบี่คู่นั้นขมวดเข้าหากัน “ดอกกล้วยไม้เก้ากลีบทำจากเหล็กเงินตะวันตก วัตถุที่มีลักษณะเฉพาะเช่นนี้ คือเครื่องบรรณาการจากเปอร์เซีย มอบให้แก่นายน้อยพรรคไป๋เยว่แต่เพียงผู้เดียว พูดมา! เจ้ามีฐานะอะไรในพรรคมารกันแน่?!”


เขาพลิกมือใหญ่ของตนเอง แล้วรัดรอบลำคอของผางวาน เวลาเดียวกันนี่เอง เกิดเสียงดัง “แคร๊ง” โซ่ตรวนเหล็กดำถูกดึงออกมาจากกำแพงใต้เก้าอี้ยาว และมัดสองมือของนางเอาไว้


เขาไม่ให้โอกาสนางโต้ตอบหรือขัดขืนสักนิด


“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าดอกกล้วยไม้นี้ถูกมอบให้พรรคไป๋เยว่?”


ผางวานค่อยๆ ขยับข้อมือ และพบว่าโซ่ตรวนแน่นหนายิ่งนัก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสลัดให้หลุด


“เพราะว่าดอกกล้วยไม้เงินเก้ากลีบนี้ สร้างมาจากเบ้าหล่อที่ข้าทำขึ้นเอง”


เฮ่อชิงหลูสะบัดปลายนิ้วทีหนึ่ง และภายใต้แสงเทียน ตัวอักษร เฮ่อ (贺) ที่มีขนาดเล็กจิ๋วปรากฏรางๆ บนกลีบชั้นนอกสุดของดอกไม้


“แซ่ของเจ้าถูกสลักไว้แล้วอย่างไรกันเล่า?” ผางวานยังคงทำปากแข็ง “ดอกกล้วยไม้อันนี้สามารถหาจากไหนก็ได้ ใครจะรู้ ดอกอื่นอาจมีตัวอักษรอื่นสลักไว้ก็ได้ เมื่อเอามารวมกัน อาจกลายเป็นข้อความศิริมงคล ‘สุขสันต์วันปีใหม่’ (恭贺新年) มันจะเป็นสิ่งที่เจ้าทำขึ้นได้อย่างไร?”


เฮ่อชิงหลูหรี่ตา ใบหน้าหล่อเหลาของเขาค่อยๆ แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม


“เจ้าไม่รู้จริงๆ อย่างนั้นหรือ?” เขามองประเมินนางด้วยสายตาล้ำลึก “ดูท่าเจ้าคงไม่ใช่คนมีบทบาทสำคัญเท่าไหร่ หรือดอกกล้วยไม้เงินเก้ากลีบนี้ถูกเจ้าขโมยมา?”


ใบหน้าของผางวานแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา และไม่ได้เอ่ยคำใด


“ดอกกล้วยไม้เงินสามารถหาได้จากทั่วทุกหนทุกแห่ง ทว่าดอกนี้แตกต่าง”


เฮ่อชิงหลูหยิบถ้วยชาขึ้นมา และโปรยผงบางอย่างลงไป จากนั้นวางดอกไม้เงินเก้ากลีบไว้ข้างใน


ชั่วพริบตาเดียว ดอกกล้วยไม้เงินเก้ากลีบกลายเป็นสีดำ และงอตัวเป็นลูกบอล ราวกับว่าพลังชีวิตของมันถูกดูดออกภายในระยะเวลาอันสั้น จึงทำให้เหี่ยวเฉา


"สิ่งที่ข้าเพิ่งใส่ลงไปเมื่อครู่คือพิษร้ายแรง" เฮ่อชิงหลูหยิบถ้วยขึ้นมา แล้วแกว่งมันใกล้ๆ จมูกและตาของนาง "ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?"


กลายเป็นว่ากล้วยไม้เล็กๆ ดอกนี้ใช้เพื่อทดสอบพิษ! ผางวานตระหนกตกใจ


ไอโยว ดอกกล้วยไม้เงินพวกนี้ถูกหรงกูกู่นำกลับมาจากไหนไม่รู้เป็นประจำ ในแต่ละปีจะมีพวกมันหนึ่งถุงใหญ่ หรงกูกู่ใช้มันอย่างเรื่อยเปื่อย และวางมันไว้ทุกที่โดยไม่ใส่ใจนัก ทำให้นางเชื่อว่ามันเป็นของสวัสดิการในพรรค ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นของขวัญที่คนอื่นมอบให้หนานอี๋! หรงกูกู่อ่า การไม่ยึดติดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของท่าน กำลังทำให้วานวานถูกฆ่า!


"ความจริงแล้วข้าใช้มันแทนเงินมาโดยตลอด ..." สีหน้าของผางวานขัดเคืองเล็กน้อย หากสิ่งนี้เป็นของที่สั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ชัดเจนว่ามันจะต้องขายได้ราคาสูงแน่นอน


เฮ่อชิงหลูหัวเราะเยาะ จากนั้นใช้มือบีบคางนาง


"เจ้าเป็นใครกันแน่?" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและอบอุ่น ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจน่าเกรงขามที่ไม่อาจต้านทาน


"... เจ้าต้องการรู้ความจริงอย่างนั้นหรือ?" มือทั้งสองข้างของนางถูกพันธนาการ และสิ้นหวังในการหลบหนี ผางวานได้แต่ทำจิตใจให้เข้มแข็งขณะมองหน้าเขา


"เจ้าเต็มใจบอกความจริงงั้นรึ?" มือเย็นอีกข้างของเขาลูบไล้แก้มผางวาน และบีบเอาไว้แน่น "ระวังหน่อย หากข้าไม่เชื่อ ข้าจะใช้ตะปูแทงปากของเจ้าให้เลือดทะลัก" สีหน้าของเฮ่อชิงหลูจริงใจจนถึงจุดที่น่าขนลุก


"ข้าบอกแล้ว บอก บอก ---" ปากของนางบิดเบี้ยวเนื่องจากถูกบีบ ผางวานพยายามสุดกำลังในการพูดโดยที่อากาศไม่รั่วออกมา "อามอิง -- อ้าอือ -- เซิ่งกูพรรคไป๋เยว่ --"


พอพูดประโยคนี้จบ นางปิดดวงตาลง แล้วแต่ฟ้าจะลิขิต


-- วันนี้ หากวันนี้นางโชคร้ายต้องตายอยู่ที่นี่ นางภาวนาขอให้ชาติหน้าเกิดมาในรัฐซึ่งมีสตรีเป็นผู้นำ แมรี่ซูจงเจริญ!


ไม่คาดคิด นางรอคอยสักพักหนึ่ง มือใหญ่บนลำคอนางก็ไม่มีวี่แววจะเคลื่อนไหวสักที ผู้ที่อยู่ตรงหน้านางไม่ได้ 'บีบสยอง' เหมือนอย่างที่นางคิด เขายังหายใจหนักแน่น ราวกับรอให้นางพูดจบ


ผางวานค่อยๆ เปิดเปลือกตาข้างหนึ่ง


พบว่าเฮ่อชิงหลูกำลังจ้องนาง พร้อมกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด


ดังนั้นนางจึงรวบรวมความกล้า และเปิดเปลือกตาอีกข้าง


"อย่าได้พยายามคิดหลอกลวงข้า!"


เมื่อเห็นนางลืมตา ใบหน้าของเฮ่อชิงหลูปรากฎรอยยิ้มเย้ยหยันไม่เป็นที่ยอมรับ ความเย็นชาอัดแน่นอยู่ในดวงตาของเขา


"แมวสามขา[1]ไร้ความสามารถเช่นเจ้า ยังคิดจะสวมรอยเป็นนางมารที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาผู้นั้นอีกเรอะ?" เขาเอ่ยวาจาดูหมิ่น "หากเจ้าเป็นเซิ่งกูพรรคมารจริง ถ้าอย่างนั้นข้าก็คืออวี่หวงต้าตี้
(เง็กเซียนฮ่องเต้)!"


เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวและเปลี่ยนแปลง ไม่คาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะดูถูกดูแคลนนางถึงเพียงนี้ ผางวานไม่รู้ว่าตนเองควรดีใจหรือเสียใจดี จึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และกล่าวเพิ่ม: "... เป็นสาวใช้"


"จริงๆ เสียด้วย" เฮ่อชิงหลูปล่อยมือที่เหนี่ยวแก้มของนาง ริมฝีปากของเขายกขึ้นด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง "เจ้าเป็นคนของพรรคไป๋เยว่จริงๆ"


สามารถเก็บรักษาตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ได้ ในใจผางวานรู้สึกซับซ้อน ออกจะขมขื่นหน่อยๆ "อืม" -- ข้าอ่อนแอมากหรือ? ข้าดูอ่อนแอขนาดนั้นเลยเรอะ? เจ้าก็ไม่ได้ดูคล้ายอวี่หวงต้าตี้เหมือนกัน!


"ในเมื่อเจ้าสามารถปรนนิบัตินางมารคนนั้น เช่นนี้ฐานะของเจ้าคงไม่ถือว่าต่ำมาก -- ข้าได้ยินว่าพรรคไป๋เยว่มีของเล่นแปลกๆ มากมาย?"


ถ้อยความถัดมาของเฮ่อชิงหลู ทำเอาผางวานงุนงงไม่น้อย


"ของเล่นแปลกๆ?" ผางวานทวนคำพูดของเขา


เฮ่อชิงหลูหรี่ตา มือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าไปในแขนเสื้อของนาง "อย่างเช่นของสิ่งนี้"


เขาดึงเอาเข็มเทพเปลวเพลิงสีแดงสดออกมา


"เจ้ารู้ได้อย่างไร?!" ผางวานตกตะลึง จิตใต้สำนึกสั่งให้นางยกเท้าขึ้นมา เตรียมถีบเขา


ขาทั้งสองข้างของนางถูกยึดไว้กลางทาง ดวงตาของเฮ่อชิงหลูทอประกายยามมองมาที่นาง นัยน์ตาสีอำพันเข้มขึ้นทีละน้อย "เจ้ามีอาวุธประหลาดอะไรอีก นำมันออกมาให้ข้าดู ยิ่งเหี้ยมโหดอำมหิตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี



ผางวานตัวสั่นสะท้านพอได้ยินสิ่งนี้ หรือคุณชายเฮ่อผู้นี้จะเป็นพวกบ้าความทารุณ


หลังจากใคร่ครวญครู่หนึ่ง นางกัดริมฝีปากล่างของตนเองอย่างไม่แน่ใจ และฝืนใจพูด: "หากคุณชายไม่รังเกียจ ตรงเอวข้ามีแส้สีทองอยู่ แส้เส้นนี้เหนียวและทนทาน ทั้งยังเบาและนุ่ม แถมยังมีพลังรุนแรง หากคุณชายชอบจริงๆ ข้า ข้า ..." ใบหน้าของนางแดงก่ำ เสียงก็เบาราวกับยุง และไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้อีก


เฮ่อชิงหลูไม่แม้แต่เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ แล้วเอื้อมมือไปยังเอวของผางวาน


ช่วยไม่ได้ที่แส้สีทองพันไว้แน่นมาก แถมจุดต่อก็ถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี เขาจึงได้แต่คลำไปทั่วสักพักหนึ่งอย่างหมดทางเลือก ยังผลให้ผางวานหัวเราะคิกคักอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งกิ่งที่แผ่ดอกสั่นไหว[2] "ไอ๊หยา มันจั๊กจี้! มันจั๊กจี้! หยุดจับได้แล้ว!"


"แคร๊ง" เสียงอะไรบางอย่างแตกเป็นเสี่ยงๆ ภายในห้อง


สองคนที่อยู่บนเก้าอี้ยาวหยุดการกระทำของตนเอง และหันไปตามเสียงพร้อมๆ กัน เห็นเพียงสาวใช้คนเมื่อครู่ มือซ้ายของนางยังอยู่ในท่าถือชาม ส่วนมือขวายังอยู่ในท่าถือเสื้อผ้า ขณะที่นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงประตู


ชามยา เสื้อผ้า และขากรรไกรของนาง ทั้งหมดได้ร่วงลงบนพื้น


บางทีสิ่งที่แตกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับพวกมัน อาจรวมไปถึงความหวังของการปีนขึ้นไปบนกิ่งก้านเพื่อกลายเป็นหงส์ หัวใจของหญิงสาว

___________


[1] แมวสามขา 三脚猫 หมายถึง คนที่สามารถทำงานหลายอย่าง แต่ไม่มีดีสักอย่าง
[2] ประหนึ่งกิ่งที่แผ่ดอกสั่นไหว เป็นการเปรียบเปรยถึง หญิงสาวที่งดงามเพริดพริ้ง

ความคิดเห็น